เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงการหารือกับนางเอทิริสิงเห อารัจจิลาเค ศรียานี วิชยันติ เอทิริสิงเห เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (15 ม.ค.) ว่า ตนได้เชิญเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทยมาหารือที่กระทรวงการต่างประเทศ ถึงกรณีที่คนไทยจำนวนหนึ่งกังวลเรื่องของช้างไทย 2 เชือก คือ “พลายประตูผา” และ “พลายศรีณรงค์” ที่ฝ่ายไทยมอบให้ศรีลังกาเป็นเวลานาน ถือเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ว่าการดูแลช้าง 2 เชือกนี้ควรจะดีกว่านี้หรือไม่ โดยการพูดคุยในวันนี้ เพื่อหาแนวทางที่ไทยและศรีลังกาจะร่วมมือกันในการตอบข้อกังวลของคนไทย และความร่วมมือด้านการดูแลช้างทั้ง 2 เชือก ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและศาสนา เพราะช้างที่ทางไทยมอบให้ศรีลังกานั้น นำไปใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนได้เสนอให้ทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าเราจะร่วมมือกันอย่างไรในการดูแลช้างที่เหลืออยู่อีก 2 เชือก โดยอาจจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกัน และส่งคณะแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญของไทยไปดูแลสุขภาพของช้างเป็นระยะๆ เพื่อให้ทุกคนสบายใจ ขอยืนยันว่าฝ่ายศรีลังกาให้ความสำคัญกับช้างทั้งสองเชือกนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีของ พลายประตูผา (“ไทยราชา” ชื่อที่ศรีลังกาเรียก) ซึ่งมีอายุมากแล้ว จึงขอให้เกษียณ เพื่อให้ได้รับการพักผ่อน ซึ่งฝ่ายศรีลังกาก็รับไปพิจารณา ส่วนอีกหนึ่งเชือกจะขอไปมีส่วนร่วมในพิธีต่างๆ ที่เฉพาะสำคัญจริงๆ ไม่อยากให้ทำงานหนักไป ซึ่งเป็นแนวทางที่ฝ่ายศรีลังกาและรัฐบาลศรีลังกาก็เห็นด้วย โดยหวังว่าจะสามารถทำเอ็มโอยูดังกล่าวได้ในโอกาสแรก ซึ่งจะให้หน่วยงานใดมาเป็นหน่วยงานหลักก็ได้ อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือรัฐบาล เพราะมีเอ็มโอยูอีกฉบับที่เป็นความร่วมมือด้านแรงงาน ซึ่งต้องดูต่อไปว่าจะเป็นการลงนามโดยหน่วยงานไหน หรือจะเป็นการลงนามระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล.