สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการนำระบบ “ราคาแบบสองมาตรฐาน” มาใช้กับพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง รวมถึงพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ โดยคิดค่าเข้าชมที่แตกต่างกันตามสัญชาติของนักท่องเที่ยว
แม้แนวทางปฏิบัติข้างต้นเป็นเรื่องปกติในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่แพร่หลายในยุโรป อีกทั้งมันยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ และทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีรายได้น้อย มีโอกาสเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ลดลง
ด้านนักท่องเที่ยวมีความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยบางคนกล่าวว่า ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 32 ยูโร (ราว 1,170 บาท) สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ชาวยุโรปนั้น “ยอมรับได้” ขณะที่บางคนมองว่าเป็นแนวทางปฏิบัติที่ “ไม่ยุติธรรม”
Business – Some museum entrance fees go up for non-EU tourists in France
— FRANCE 24 English (@France24_en) January 14, 2026
➡️ https://t.co/S9jGBUgpYe pic.twitter.com/jMgUcaRbad
นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งอื่น ๆ ของฝรั่งเศส ก็ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวนอกอียูเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น พระราชวังแวร์ซายส์ พระราชวังช็องบอร์ และโรงอุปรากรแห่งชาติฝรั่งเศส
ทั้งนี้ รัฐบาลปารีสระบุว่า การปรับขึ้นค่าเข้าชมเป็นไปตามเหตุผลทางการเงิน ส่งผลให้พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 20-30 ล้านยูโรต่อปี (ราว 730-1,100 ล้านบาท) ซึ่งจำเป็นต่อการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ หลังประสบเหตุโจรกรรมครั้งใหญ่เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานประจำพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ประณามนโยบายดังกล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ทั้งในเชิงปรัชญา สังคม และมนุษยธรรม รวมถึงอ้างว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นหนึ่งในข้อร้องเรียนที่นำไปสู่การหยุดงานประท้วงเมื่อไม่นานมานี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



