จากอุบัติเหตุรถเก๋งหรูพลิกคว่ำที่ชลบุรี ใครจะเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดโปง “คลังแสงขนาดย่อม” ในบ้านพักย่านบางละมุง! เรื่องราวของ “หมิงเฉิน ซัน” ไม่ใช่แค่คดีอาวุธเถื่อนธรรมดา แต่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สะท้อนถึงขบวนการค้าอาวุธข้ามชาติ การทุจริตบัตรประจำตัว

เจาะประวัติ “หมิงเฉิน ซัน” บุคคลไร้รากที่มีพาสปอร์ตทั่วโลก
จากการตรวจสอบเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ พบว่าประวัติของนายหมิงเฉิน ซัน วัย 31 ปี เต็มไปด้วยความซับซ้อนของการพยายาม “สร้างตัวตนใหม่” ในไทย ไม่ว่าจะเป็น “สถานะพหุสัญชาติ” ที่เขาถือครองหนังสือเดินทางอย่างน้อย 4 สัญชาติ ได้แก่ จีน, กัมพูชา, โดมินิกัน และไต้หวัน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ใช้ในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
นายหมิงเฉิน เริ่มมีชื่อในระบบทะเบียนราษฎรไทยปี 2565 โดยใช้ “บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย” (บัตรสีชมพู) จากพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่มักพบการสวมสิทธิชนกลุ่มน้อย และเพียงเวลาแค่ปีเศษ เขาทำบัตรใหม่ถึง 3 ครั้ง โดยอ้างเหตุผล “บัตรชำรุด” และมีการย้ายทะเบียนบ้านจากเชียงใหม่มายังเขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เพื่ออำพรางร่องรอยเดิม
แม้จะมีประวัติคลุมเครือ แต่เขาสามารถถือวีซ่า Re-entry ระยะยาว (Thailand Privilege / Elite Card) ที่มีอายุถึง 20 ปี ทำให้เขาสามารถพำนักในไทยได้อย่างอิสระและดูน่าเชื่อถือในฐานะนักลงทุน
จนเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นายหมิงเฉินประสบอุบัติเหตุรถเก๋งหรูพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน โดยมีหญิงชาวไต้หวันนั่งมาด้วย การตรวจค้นซากรถเบื้องต้นพบปืนสั้น Glock 26 นำไปสู่การเข้าตรวจค้นบ้านเช่าราคาเดือนละ 38,000 บาท ใน อ.บางละมุง ที่เขาใช้เป็น “คลังแสง” มานานกว่า 2 ปี

5 ประเด็นพิรุธที่สังคมต้องตั้งคำถาม
คดีนี้มีจุดที่ “ไม่สมเหตุสมผล” และเป็นอันตรายต่อความมั่นคงอย่างยิ่ง
-คำให้การที่ขัดแย้ง นายหมิงเฉินอ้างว่าสะสมอาวุธเพราะโรคซึมเศร้าและจะใช้ฆ่าตัวตาย แต่ระเบิด C4 และกับดักระเบิดรัสเซีย ไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับสังหารตนเอง แต่มันคืออาวุธสำหรับ “การตั้งรับ” หรือ “การโจมตีบุคคลอื่น” ในวงกว้าง
-การฝึกฝนทางทหาร พบคลิปในมือถือขณะฝึกอาวุธกับหน่วย BHQ (Bodyguard Headquarters) ในกัมพูชา ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษอารักขาผู้นำ บ่งบอกว่าเขาผ่านการฝึกฝนระดับมืออาชีพ
-การใช้ AI วางแผน ข้อมูลการแชตกับ ChatGPT เพื่อถามหาวิธีการก่อวินาศกรรม แสดงให้เห็นถึงการ “เตรียมการ” อย่างเป็นระบบ
-สายสัมพันธ์เจ้าหน้าที่รัฐ การจับกุมอดีตทหารเรือ 3 นาย และครูฝึกยิงปืน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธและกระสุนลอตกองทัพไทย สะท้อนถึงเครือข่ายตลาดมืดที่โยงใยกับคนในเครื่องแบบ
-กระบวนการสวมสิทธิ การได้มาซึ่งบัตรสีชมพูในพื้นที่ อ.เชียงดาว ต้องมีการตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ปกครองคนใดร่วมขบวนการ “ขายชาติ” หรือไม่
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งเพิกถอนสิทธิการพำนักและขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) นายหมิงเฉินทันที พร้อมสั่งตรวจสอบเส้นทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ในกัมพูชาและอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อถอนรากถอนโคนเครือข่ายที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานเตรียมการก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเราต้องจับตาความคืบหน้าในกรณีนี้กันต่อไป..



