เมื่อวันที่ 16 ม.ค. เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้จัดงานวันครู พิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ภายใต้แนงคิด ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง เนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ประจำปี 2569 ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบสารวันครูและคำขวัญวันครูว่า ‘คนไทยทุกคนเป็นศิษย์มีครู’ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบสารวันครูใจความว่า ตนขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังคุณครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านทั่วประเทศที่ได้อุทิศตนปฏิบัติตนในการสร้างสรรค์และพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติอย่างต่อเนื่อง คนไทยทุกคนเป็นศิษย์มีครูเป็นคำขวัญที่ตนขอมอบไว้เนื่องในโอกาสวันครูในปีนี้ เพื่อให้ศิษย์ทุกคนได้ระลึกว่าเราล้วนมีรากมีที่มามีผู้พระคุณที่คอยอุปถัมภ์ค้ำชูก่อนจะเติบใหญ่ขึ้นมาได้ และเพื่อให้ครูทุกท่านได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิชาชีพครูที่จะมีผลต่อชีวิตของศิษย์อย่างยาวนานหลังจากพ้นมือของครูไป ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสารที่คนจำนวนมากสามารถหาความรู้ได้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยประมวลผลอย่างรวดเร็ว ครูยังคงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นผู้ชี้แนะแนวทางวางหลักคิดหลักการในการต่อยอด เพื่อสร้างองค์ความรู้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวางรากฐานแห่งคุณธรรมประจำใจ เพื่อเป็นเข็มทิศให้ชีวิตในโลกที่หมุนเร็วและมีความซับซ้อนเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นครูจึงต้องเป็นผู้ที่ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต มีการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถชี้แนะแนวทางให้ศิษย์เป็นผู้ที่มีทั้งภูมิปัญญาและภูมิคุ้มกันเติบโต เป็นทรัพยากรบุคคลที่จะสร้างสรรค์และนำพาประเทศชาติสู่ความเจริญก้าวหน้าต่อไป 

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวปราศัยเนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ปี 2569 ตอนหนึ่งว่า ในนามของรัฐบาลและพี่น้องประชาชนชาวไทยรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมระลึกถึงพระคุณคุณครูในวาระครบรอบ 70 ปีของวันครูซึ่งในปี 2569 นี้ ถึงเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายลึกซึ้งภายใต้หัวข้อพระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดินคำว่าแม่และครูคือคำสองคำที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อชีวิตของมนุษย์ทุกคนแม่คือผู้ให้กำเนิดและวางรากฐานทางใจและครูคือผู้ให้ปัญญาและวางรากฐานทางความคิดเมื่อสองคำนี้มารวมกันในองค์สมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ส่งเป็นแม่พิมพ์อันประเสริฐของปวงชนชาวไทย 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อไปว่า เมื่อตนรับราชการทหารได้มีโอกาสตามเสด็จถวายอารักขาทุกครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 10  และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จไปยังทุกพื้นที่ของประเทศไทย และสิ่งที่เห็นเป็นประจักษ์แก่สายตาและยังฝังอยู่ในสมองและหัวใจนั้น คือเห็นพระองค์ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินและเป็นครูของพี่น้องคนไทยทั้งแผ่นดินตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้เทิดพระเกียรติไว้ ซึ่งตนเป็นคนหนึ่งที่เห็นพระองค์ท่านทรงตากตรำทำงานสอนด้านอาชีพ เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ มีโอกาสความมั่นคงทางอาชีพมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ตนเป็นเด็กบ้านนอกเรียนโรงเรียนวัด และมีครูคนแรกของตนคือครูศรีนวล มาทำหน้าที่การสอนเด็กตั้งแต่เช้ามืดสอนให้เด็กรู้จักภาษาไทย ซึ่งตนมีวันนี้ได้ก็เพราะครูศรีนวลทำให้ตนอ่านเขียนภาษาไทยได้สวยงาม และครูศรีนวลยังได้ชื่นชมที่ตนคัดลายมือสวยมาก ดังนั้นครูคือพ่อแม่คนที่สองของเรา มนุษย์เราเกิดมาจากครรภ์มารดาก็เห็นครูคนแรกคือพ่อและแม่ ซึ่งในยุคปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และผู้คนสมัยนี้มักให้ความสำคัญกับความเจริญด้านนวัตกรรมไปให้ความสำคัญกับพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ออนไลน์ แต่กลับลืมพ่อแม่คนที่สองนั่นก็คือครู ตนยอมรับว่าครูมีจิตวิญญาณแห่งนักสู้ เพื่อให้ศิษย์ทุกคนถึงฝั่งฝัน ดังนั้นการที่จะทำให้ครูมีความสุขมีชีวิตครอบครัวที่ดีได้ และสั่งสอนศิษย์เป็นคนดี เราจะต้องมีสวัสดิการให้ครูอย่างมีคุณภาพ ซึ่งที่ผ่านมาตนและ รมว.ศึกษาธิการ ก็เดินหน้าขับเคลื่อนปรับโฉมบ้านพักครูทั่วประเทศ เพื่อให้ครูมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้สินครู ด้วยการจัดทำสหกรณ์กลาง สกสค. หรือแม้กระทั่งการปรับเกณฑ์วิทยฐานะ ซึ่งนโยบายเหล่านี้อยู่ระหว่างขั้นตอนของการดำเนินการ