ในงานสัมมนาครั้งสำคัญเพื่อทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย จัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ภายใต้หัวข้อ ประชันวิสัยทัศน์รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ-ตลาดทุนไทยรอด? เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา
FETCO เชิญ 8 ตัวแทนจากพรรคการเมืองดัง สู้ศึกเลือกตั้ง 69 โดยได้นำเสนอ “3 นโยบายตลาดทุนที่สำคัญและจะดำเนินการให้เร็วที่สุด” โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเชื่อมั่น การใช้เทคโนโลยี และการปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่อดึงดูดนักลงทุน ดังนี้
1.พรรคคล้าธรรม (คุณนิกร ซัจเดว์)
- โปร่งใสด้วย AI : นำเทคโนโลยี AI มามอนิเตอร์ตลาดทุนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
- ปรับ Mindset การลงทุน : ส่งเสริมการลงทุนระยะยาวแทนการเก็งกำไรระยะสั้น
- หนุนอุตสาหกรรมไทย : เชื่อมโยงตลาดทุนกับนโยบาย Made in Thailand และพื้นที่ EEC
2.พรรคไทยก้าวใหม่ (ดร.คเณศ วังส์ไพจิตร)
- จัดตั้งศาลตลาดทุน : เพื่อเร่งรัดคดีทุจริตหุ้นให้จบภายในระยะเวลา 2 ปี
- เพิ่มสภาพคล่องตลาดทุน : ให้สิทธิคืนภาษีทั้งจากการซื้อกองทุน/หุ้นรายตัว และสนับสนุน Infra Fund เพื่อ SME
- ร่วมวางแผนเศรษฐกิจชาติ : ดึงตลาดทุนเข้ามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย/แผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
3.พรรคไทยสร้างไทย (คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย)
- กองทุนแก้ Force Sell : ตั้งกองทุนรับจำนำหุ้นเพื่อป้องกันการบังคับขายในช่วงวิกฤต
- ส่งเสริมการออม และเพิ่มสภาพคล่อง : สอนเด็กออมในหุ้นและคริปโต เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เพียงพอ พร้อมสนับสนุน Market Maker ที่ถูกกฎหมาย
- Tokenize Thailand : นำสินค้าเกษตรมาทำ Tokenization และเพิ่มกระดานสินทรัพย์ดิจิทัล
4.พรรคประชาชน (ดร.ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร)
- ทบทวนมาตรการ Speed Bump : ลดกติกาที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสภาพคล่อง (Liquidity)
- บัญชีลงทุนส่วนบุคคล : ใช้ Tax Individual Account แทนรูปแบบเดิม (LTF) เพื่อลดค่าธรรมเนียม
- อิสระทางการเมือง : การแต่งตั้งผู้บริหาร ก.ล.ต. ต้องปราศจากการแทรกแซงเพื่อธรรมาภิบาล
5.พรรคประชาธิปัตย์ (คุณกรณ์ จาติกวณิช)
- ฟื้นฟูความเชื่อมั่น : ปราบปรามการทุจริตและจัดการนอมินีอย่างจริงจัง
- เปิดเสรีการแข่งขัน : เปิดเสรีการแข่งขันในภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนในภาคธุรกิจต่างๆ
- กติกาที่เป็นธรรม : ปรับปรุงกฎเกณฑ์ภาษีและการซื้อขายหุ้น (HFT/Short Sell) ให้เท่าเทียม
6.พรรคเพื่อไทย (ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล)
- หนุนตลาดทุนดิจิทัล : ออก G-Token (พันธบัตรดิจิทัล) และจัดตั้ง Digital SEC
- ดันหวยเกษียณ : สร้างเม็ดเงินออมใหม่ไหลเข้าสู่ตลาดทุนและตลาดพันธบัตร
- ปลดล็อก SME : ลดขั้นตอนการทำ IPO และแยกกฎเกณฑ์ให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น
7.พรรคภูมิใจไทย (คุณอนุชา บูรพชัยศรี)
- ฟื้นฟูศรัทธากฎหมาย : ลงโทษผู้กระทำผิดทันที และเพิ่มความรับผิดชอบของกรรมการอิสระ
- หนุนบัญชีออม TISA : สนับสนุนบัญชีออมส่วนบุคคลรูปแบบใหม่เพื่อการลดหย่อนภาษี
- พัฒนาระบบสร้าง Wealth : พัฒนาระบบบริหารความมั่งคั่งเพื่อดึงนักลงทุนกลับไทย
8.พรรครวมไทยสร้างชาติ (ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี)
- หนุนนวัตกรรม S-Curve : ดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีด้วยนโยบายพลังงานสะอาดเสรี
- คืนชีพ LTF : นำกองทุน LTF กลับมาในรูปแบบ 5 ปีปฏิทิน เพื่อกระตุ้นการออม
- Credit Scoring ใหม่ : ปรับระบบเครดิต สกอริ่ง ใช้เกณฑ์คะแนนแทนประวัติหนี้เสียเดิม เพื่อเพิ่มการแข่งขันของธนาคาร
ที่มา : สรุปจากงานดีเบตของ FETCO เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 69



