เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ลงพื้นที่ จ.สกลนคร เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง โดยพรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 7 เขต ทั้งนี้นายณัฐพงษ์ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ อ.กุสุมาลย์ เพื่อช่วยหาเสียงให้นายภาสพล อุฬารกุล ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 2 หมายเลข 2 พรรคประชาชน

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หัวใจของพรรคประชาชนคือการสร้างประเทศไทยที่ไม่มีสีเทา เป็นประเทศไทยที่เท่าเทียม และเป็นประเทศไทยที่เท่าทันโลก ประเทศไทยในปัจจุบันเป็นประเทศที่คนมีฐานะสามารถเข้าถึงโรงพยาบาลราคาแพงได้ และคนที่มีเส้นสายสามารถใช้วิธีลัดเพื่อเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีคุณภาพมากกว่า ขณะที่ประชาชนในชนบทและคนยากจนต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ตีห้าเพื่อไปรอรับการรักษา กว่าจะได้รับการรักษาในแต่ละวันต้องใช้เวลาเกือบทั้งวัน ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า คนธรรมดาที่ไม่มีสี ไม่มีเส้น ไม่มีอภิสิทธิ์ ถูกกดทับอยู่ทุกวัน และไม่สามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง ความหมายของโลโก้พรรคประชาชน คือการทำให้ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน สามเหลี่ยมหัวกลับคือการวางประชาชนไว้ข้างบน แต่ที่ผ่านมาเสียงของประชาชนไม่เคยอยู่ข้างบน เพราะประเทศไทยไม่เคยมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงการเมืองแบบเดิมที่นักการเมืองจำนวนมากมุ่งเน้นการรวบรวม สส. เพื่อแย่งชิงโควตารัฐมนตรี และเข้าไปหาผลประโยชน์จากภาษีของประชาชน มากกว่าการทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ขอยกตัวอย่างบุคคลสำคัญที่เคารพนับถือ คือ นายเตียง ศิริขันธ์ อดีต สส.สกลนคร ซึ่งเป็นบุคคลที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง พรรคประชาชนมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนตามแนวทางเดียวกับปูชนียบุคคลเหล่านี้ และจะไม่ทำการเมืองแบบย้ายค่ายหรือเปลี่ยนจุดยืนไปมา เพราะพรรคยึดหลัก “พูดอย่างไร ต้องทำอย่างนั้น”

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวเชิญชวนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้ โดยขอให้เลือกทั้งพรรคและผู้สมัครในเขต เพื่อสนับสนุนให้ตนได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย หากประชาชนต้องการเปลี่ยนรัฐบาลแบบเดิม มาเป็นรัฐบาลที่บริหารประเทศเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

“การเลือกตั้งครั้งนี้คือความฝันของพี่น้องประชาชน เพราะไม่มีวุฒิสภามาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้นเราต้องเอาจริง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาชน หากเลือกแบบเดิมก็จะได้แบบเดิม แต่ถ้าเลือกแบบใหม่ เราจะได้รัฐบาลแบบใหม่ และสร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า ก้าวไกลไปด้วยกัน” นายณัฐพงษ์ กล่าว





