เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการคมชัดลึก ช่องเนชั่นทีวี อ้างเรื่องนายรังสิมันต์ และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตเลขาธิการพรรคก้าวไกล มีความเชื่อมโยงกับดีลลับ ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เพื่อช่วยทำพื้นที่ปักธง สส.ส้มในภาคใต้ให้ได้ 10 ที่นั่ง แลกกับการได้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีคุมตำรวจ ว่า เรื่องใดๆ ที่นายชูวิทย์พยายามโยงระหว่างพรรค ปชน. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นเรื่องเท็จ ที่จินตนาการออกมาโดยไม่มีมูลความจริงใดๆ ขอให้พี่น้องประชาชนรับข่าวสารด้วยความระมัดระวังครับ

ต่อมานายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์กรณี 2 แกนนำพรรคสีส้ม เคยไปดีลกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ช่วยทำพื้นที่ปักธง สส.ส้มในภาคใต้ให้ได้ 10 ที่นั่ง ตามที่นายชูวิทย์ อ้างหรือไม่ ว่า ยืนยันไม่มีมูลแน่นอน และในวัฒนธรรมการเมืองแบบพรรค ปชน. เราไม่มีทางทำแบบนั้นได้ มันไม่มีทางเกิดขึ้นในพรรค ปชน. ได้ เอาอย่างนี้ดีกว่า เอาชื่อผู้สมัคร สส.ภาคใต้ของพรรค มากางเลย จิ้มมาเลยว่า ชื่อผู้สมัครคนไหนที่อยู่ในมุ้ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตนพยายามคิดเร็วๆ ยกตัวอย่างเช่น ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะมาบอกว่า เป็น นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีต ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งเป็นผู้สมัคร สส. ของพรรคเราในสงขลา อยู่ในมุ้งบิ๊กโจ๊กหรือ เราว่า เป็นจินตนาการของนายชูวิทย์ ที่ไม่อยู่บนความเป็นจริง

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ประการต่อมาคือเราไม่เคยคุยกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในลักษณะที่ว่าจะมาให้สนับสนุนเราในการเมืองภาคใต้ไม่ใช่ โดยถ้าให้ตนประเมินจากการที่ได้คุยกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ผ่านการทำหน้าที่ประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ ที่รับเรื่องร้องเรียน ทางเขาคงอยากกลับมามีตำแหน่งใน ตร. มากกว่า ไม่เห็นว่าอยากเป็นรัฐมนตรี จะมาบอกให้เขาคุมตำรวจอันนี้ตนว่าเจตนาคงจะเป็นเรื่องของการเอา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไปขู่ให้พวกตำรวจกลัวหรือเปล่า เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ เพราะนายชูวิทย์ ออกมาโจมตีพรรค ปชน. รายวัน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริง ๆ ไม่มีอะไรหนักใจ ตอนแรกพยายามมองว่า นายชูวิทย์หวังดีกับพรรคเรา แต่หลังๆ แกน่าจะหวังดีกับพรรคอื่นมากกว่า เมื่อถามว่า เริ่มสงสัยแล้วหรือยังว่า นายชูวิทย์ ไปรับงานใครมา นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริง ๆ ต้องบอกว่า ถ้าเป็นพรรคการเมืองอื่น ทำแบบที่นายชูวิทย์ทำ มันก็คงผิดกฎหมายเลือกตั้งไปแล้ว เพราะเป็นการใส่ร้ายป้ายสีชัดเจน แต่ด้วยความที่นายชูวิทย์ ไม่ได้สังกัดพรรคใดพรรคหนึ่ง พฤติกรรมแบบนายชูวิทย์ คงจะไปอ้างอิงเพื่อใช้ตัวบทกฎหมายแบบเดียวกับที่ใช้กับพรรคการเมืองคงไม่ได้ แต่ทีนี้ตนไม่รู้หรอกว่า นายชูวิทย์ รับงานใครมาหรือไม่ เราไม่ได้อยากไปเสียเวลา ไปสืบไปหาจริง ๆ จัง ๆ ก็ถือว่า ช่วงนี้เราพยายามนำเสนอนโยบายต่อประชาชน ส่วนเรื่องไหนที่อีกฝ่ายโต้มา ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ เราพยายามให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และยืนยันว่า ที่นายชูวิทย์พูดมาในลักษณะแบบนี้ ทั้งหมดมันเป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น