สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) ออกแถลงการณ์ เตือนให้สายการบินพาณิชย์ของสหรัฐ “ใช้ความระมัดระวัง” ในการบินเหนือน่านฟ้าของเม็กซิโก และอีกหลายประเทศในอเมริกาใต้ รวมถึงเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกและอ่าวแคลิฟอร์เนีย เนื่องจาก “กำลังมีกิจกรรมทางทหาร” ในบริเวณดังกล่าว
การประกาศเตือนดังกล่าวของเอฟเอเอมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา และเกิดขึ้นท่ามกลางการเสริมกำลังทหารของสหรัฐ ในภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบเวเนซุเอลาและในทะเลแคริบเบียน ซึ่งยังคงมีการตรึงกำลังอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปฏิบัติการจู่โจมกรุงการากัส เพื่อจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา
หลังปฏิบัติการในเวเนซุเอลา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เตือนไปยังเม็กซิโก โคลอมเบีย และคิวบา ว่าเป็นกลุ่มประเทศ “ที่มีความเสี่ยง” หากยังไม่แก้ไขปัญหาเรื้อรังตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลวอชิงตัน โดยเฉพาะการค้ายาเสพติดข้ามพรมแดน
The FAA issued NOTAMs warning U.S. airlines about potential risks when flying over Mexico, Panama, Colombia and Ecuador amid military activity. https://t.co/4KRyJgmQLb
— Newsweek (@Newsweek) January 17, 2026
ด้านประธานาธิบดี คลอเดีย ไชน์บาวม์ ผู้นำเม็กซิโก ยืนยันว่า ความพยายามของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในเม็กซิโก ในการยกระดับปราบปรามแก๊งค้ายาและสกัดกั้นผู้อพยพผิดกฎหมาย เริ่มเห็น “ผลลัพธ์ที่ชัดเจน”
อย่างไรก็ตาม เธอเรียกร้องรัฐบาลวอชิงตันหยุดการลักลอบขนอาวุธจากสหรัฐเข้าสู่เม็กซิโกเช่นกัน และกล่าวด้วยว่า วิกฤติการใช้ยาเสพติดในสหรัฐ คือต้นเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์แก๊งค้ายาเสพติดทวีความรุนแรงด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



