กฎหมาย DPS  (Digital Platform Services) หรือที่รู้จักกันในชื่อ พ.ร.ฎ. การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 21 .ค.66 หรือเป็นเวลา 2 ปีกว่าๆแล้ว

หลังจาก กฎหมาย มีผลบังคับใช้แล้ว ก็ได้มีการออกกฎหมายรอง และประกาศ ต่างๆ ออกตามมาเผื่อให้กฎหมายสามารถใช้บังคับได้ตามวัตถุประสงค์

ซึ่งทาง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ในฐานะหัวเรือใหญ่ของการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ ก็ได้ดำเนินการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ เอ็ตด้า  บอกว่า หลังกฎหมายบังคับใช้มากว่า 2 ปี ยังต้องมีเรื่องที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เผื่อกำกับดูแลให้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้ง ผู้ประกอบการ แพลคฟอร์ม และประชาชนผู้ใช้บริการ โดยยอมรับว่า บางเรื่อง ทางผู้ประกอบการก็ไม่เห็นด้วย ต้องมีการพูดคุย ทำความเข้าใจ และให้ช่วงเวลาในการปรับตัวตามกฎหมาย

โดยปัจจุบัน ณ วันที่ 13 ม.ค.69 มีการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจผ่านระบบของ เอ็ตด้า จำนวน 2,056 แพลตฟอร์ม ซึ่งทางเอ็ตด้า ก็ มุ่งกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลใน 3 มิติหลักๆ ได้แก่ 1. สินค้าหรือบริการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเมื่อให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม 2. ค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม และ 3. การป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์

สำหรับในเรื่อง Online Marketplace หรือ  แพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าซื้อขายออนไลน์ นั้น ที่ผ่านมาได้มีการประกาศรายชื่อ 21 แพลตฟอร์มตลาดสินค้าออนไลน์ ที่เข้าข่ายเป็นแพลตฟอร์มลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(2) ซึ่งมีหน้าที่ตาม ‘ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 พ.ศ.2568 (ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่น)  ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.น 68

โดยได้กำหนดให้มีการกำกับดูแลการขาย/โฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานของ สมอ. และ อย.และแพลตฟอร์มต้องมีมาตรการตรวจสอบและกำกับดูแลรายการสินค้า พร้อม แจ้งเตือนผู้ประกอบการ และดำเนินการ ลบ/ระงับ/ปิดกั้น สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ประกาศกำหนด มีการข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด และเอกสารประกอบเกี่ยวกับมาตรฐาน  และจัดให้มีระบบ “แจ้งเตือนและนำออก (Notice and Take Down)” ที่ชัดเจน เมื่อพบกรณีเข้าข่าย ต้องแจ้งเตือน และ ระงับการแสดงรายการสินค้า/ชื่อผู้ขาย พร้อม ตรวจสอบข้อมูล และ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ก่อนที่ประกาศฯ มีผลบังคับใช้ ก็ได้มีการได้มีการสื่อสารและทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม เพื่อให้การปรับปรุงข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ  สอดคล้องกับประกาศและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  และหลังจากบังคับใช้แล้ว ได้รับเสียงสะท้อนจาก

บางแพลตฟอร์มมีรายการสินค้ามากกว่า 2,000 รายการ ทำให้การปรับปรุงข้อมูลทำได้ไม่ทันท่วงที ต้องทยอยดำเนินการ ซึ่งทาง เอ็ตด้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามช่วยเพื่อให้ทุกคนเข้าใจเกณฑ์ปฏิบัติภายในเดือน ม.ค. นี้”

นอกจากนี้ได้เตรียมออก ประกาศฯ การดำเนินการอื่นเกี่ยวกับการขายหรือโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน สำหรับแพลตฟอร์มประเภท social commerce (social media ที่มีฟังก์ชันสนับสนุนการซื้อขาย) ที่มีลักษณะเฉพาะ ตาม ม. 18(2) เพิ่มเติม

รวมถึงได้จัดทำ (ร่าง) ประกาศ คธอ. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ภายใต้ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566) โดยจะกำหนดให้ “ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์” ต้องมีมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อช่วยลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลวง และฉ้อโกง เช่น การพิสูจน์ตัวตน ผู้ใช้ ผู้ลงโฆษณา ยืนยันช่องทางติดต่อ ตรวจสอบและกลั่นกรองเนื้อหาหรือโฆษณา การระงับหรือปิดกั้นเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดโดยเร็ว เมื่อได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 โดยขณะนี้ ได้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้ว อยู่ระหว่างการนำเสนอความเห็นและร่างฯ ต่อ คธอ. คาดว่าจะออกมาบังคับใช้ภายในเดือน มี.ค. นี้

ภาพ pixabay.com

ขณะที่  บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทรถยนต์/รถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ หรือ  Ride Sharing  นั้น ได้มีการออกประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18(3) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (หรือที่เรียกว่า ประกาศ Ride Sharing) เพื่อกำกับดูแล และแก้ปัญาอุปกรณ์เพื่อให้ไรเดอร์ เข้าจดทะเบียนในระบบได้

โดยได้อำนวยความสะดวกให้ไรเดอร์ขึ้นทะเบียน รย.17/18 ง่ายขึ้น เช่น เปิดระบบ Driver Verify ให้ไรเดอร์ ลงทะเบียนขอใบรับรองฯ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขึ้นทะเบียนกับ ขบ. ล่าสุด ลงเบียนแล้ว 27,952 ราย แบ่งเป็น รย.17 จำนวน 14,680 ราย รย.18 จำนวน 13,272 ราย (ณ วันที่ 13 ม.ค.69)

และร่วมกับ ขบ. ผ่อนปรน/ปรับปรุงหลักฐานและเอกสารการจดทะเบียน เช่น ใช้สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถได้ ประสาน บ.ลีสซิ่ง ลดภาระผู้ขับเกี่ยวกับ “ค่าใช้จ่ายจากลีสซิ่ง” ลดค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนสัญญาจากเดิม 1% ขอให้ลดเหลือ 0.25% และได้  ขยายการบังคับใช้ประกาศ Ride Sharing ออกไปจนถึง 31 มี.ค.69  พร้อมประสาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คภป.) เพื่อพัฒนาประกันภัยรูปแบบใหม่สำหรับรถให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม เป็นต้น

“ กรมการขนส่งทางบกกำลังแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี.ของรถจักรยานยนต์เพื่อให้รองรับรถที่สูงกว่า 125 ซีซี ในปัจจุบัน และมีการทำงานร่วมกับ คปภ. และสมาคมลีสซิ่ง เพื่อหาทางออกเรื่องค่าเบี้ยประกันและเอกสารทะเบียนรถ โดยเอ็ตด้าได้จัดทำระบบลงทะเบียนสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วประมาณ 28,000 ราย รวมถึงจะเชิญ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เข้าร่วมหารือเนื่องจากดูแลเรื่องลีสซิ่ง เพื่อให้การแก้ปัญหาครบวงจร

ภาพ pixabay.com

ขณะที่เรื่อง Space-sharing  กรณี ห้องชุด/คอนโด มาปล่อยเช่ารายวัน ซึ่งปัจจุบันยังขัดต่อกฎหมายโรงแรม นั้นก็อยู่ระหว่างการหารือกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อใช้กลไกตามมาตรา 18 วรรค 3 ของกฎหมายแพลตฟอร์ม เพื่อกำกับดูแลผ่านแพลตฟอร์มแทนการไล่ตรวจรายย่อยร่างข้อกำหนดเบื้องต้นเสร็จแล้ว รอแนวนโยบายที่ชัดเจนจากกรมการปกครองว่าจะดำเนินการอย่างไร

ผู้อำนวยการ เอ็ตด้า  ยังบอกถึง ปัญหาเรื่อง ค่าธรรมเนียมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce ที่มีการขึ้นราคาโดยร้านค้าไม่มีทางเลือก นั้น ทางเอ็ตด้า ได้เตรียมศึกษาถึงความเหมาะสมในการคิด ‘ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce’ เพื่อให้เกิดความโปร่งในและความเป็นธรรมในการคิดค่าธรรม ครอบคลุมตั้งแต่ การชี้แจงให้โปร่งใส เป็นค่าอะไรบ้าง จ่ายแล้วผลลัพธ์ที่ผู้ขายบนแพลตฟอร์มจะได้ขั้นต่ำคืออะไร พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กขค. สภาองค์กรผู้บริโภค และผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มโดย ฯลฯ เพื่อให้เกิดแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริงและสอดคล้องอำนาจหน้าที่ เตรียมนำเสนอผลการศึกษาต่อ คณะกรรมการร่วมฯ ต่อไป

ขณะที่เรื่องการขนส่งสินค้านั้น ผู้ให้บริการขนส่งบางส่วน มีเสียงสะท้อน เกี่ยวกับการเข้าถึงงานผ่านแพลตฟอร์ม และเงื่อนไขการจัดสรรงานที่ไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ผู้ขาย/ร้านค้าบางส่วน สะท้อนคุณภาพการให้บริการขนส่ง และข้อจำกัดในการเปลี่ยนผู้ให้บริการขนส่งที่แพลตฟอร์มจัดหาให้นั้น เรื่องนี้ ทาง กขค. เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลเรื่องนี้ต่อไป

สุดท้านแล้วทางเอ็ตด้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งทำงานและประสานงานเพื่อให้นำเศรษฐกิจแพลตฟอร์มเข้ามาอยู่ในระบบที่ถูกต้อง  เพื่อประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการ ประชาชนที่ใช้บริการ และ เจ้าของแพลตฟอร์ม.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์