เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่สวนหลวง ร.9 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวความกังวลว่าชายแดนไทย-กัมพูชาจะเริ่มระอุอีกครั้ง โดยฝั่งกัมพูชาเติมกำลังมากขึ้น ว่า ตนเคยเสนอว่ารัฐบาลต้องพยายามดำเนินการทูตเชิงรุก เพราะขณะนี้โลกเข้ามาจับตา และมองว่ามีสัญญาหยุดยิงกันอยู่แล้ว จึงควรพยายามให้ต่างประเทศเข้าไปกดดันกัมพูชา โดยการกำหนดเงื่อนไขว่าเมื่อหยุดยิงแล้ว ไม่ควรจะเติมกำลังหรือเติมอาวุธหนัก หรือทำอะไรก็ตามที่จะทำให้การหยุดยิงซึ่งเปราะบางอยู่แล้วถูกละเมิด เพราะฉะนั้น ถ้าเราเดินหน้าตรงนี้ เราก็จะได้แนวร่วมจากต่างประเทศ ว่าเราไม่ได้มีความต้องการที่จะรุกรานอะไร เราหยุดอยู่กับที่ แต่ต้องห้ามไม่ให้อีกฝ่ายเติมกำลังเข้ามา
เมื่อถามว่าเป็นห่วงว่าจะมีรอบการปะทะกันรอบที่ 3 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้มีอยู่แล้ว และทุกครั้งที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งที่จริง ประชาชนได้กลับบ้านไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็คงไม่อยากเห็นการปะทะอีก จึงอยากให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าอย่างจริงจังในเรื่องการทูต เพื่อทำให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าสถานการณ์สงบลงแล้วและนำไปสู่การแก้ปัญหาระยะปานกลาง และระยะยาวต่อไป
ต่อข้อถามว่าถ้าได้เข้ามาเป็นรัฐบาลในรอบนี้ จะเข้ามาแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องเริ่มจากการทำให้เกิดความเข้าใจกับประเทศสมาชิกอาเซียนและบรรดาประเทศมหาอำนาจ รวมทั้งต้องสร้างหลักประกันว่าจะกัมพูชาจะไม่เข้ามาละเมิดอธิปไตยของเราอีก อย่างไรก็ตามเราพร้อมสนับสนุนกองทัพเต็มที่ ซึ่งในช่วงนี้รัฐบาลต้องเร่งเพิ่มศักยภาพของกองทัพ เพราะการรบในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้เราจำเป็นต้องสนับสนุนกองทัพเพิ่มเติม



