สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่าในการซื้อขายช่วงเช้าที่ตลาดเอเชีย นักลงทุนแห่เข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 4,690.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ราว 146,782.63 บาท)
ขณะที่ราคาเงินทะยานแตะระดับ 94.12 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ราว 2,945.30 บาท) ถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน


ทั้งนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ในหลายภูมิภาคยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ล่าสุดคือการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. เป็นต้นไป 8 ประเทศ ได้แก่ เดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ จะต้องจ่ายภาษี 10% สำหรับสินค้าทุกชนิดที่ส่งไปยังสหรัฐ และจะมีการเพิ่มอัตราเป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. นี้ จากการที่ทั้ง 8 ประเทศร่วมกันซ้อมรบในกรีนแลนด์ และทรัมป์มองว่า คือการ “ขัดขวาง”


อนึ่ง สหรัฐและอียูบรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกัน เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว กำหนดภาษีสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของอียูไว้ที่ 15% แต่หากทรัมป์เพิ่มภาษีอีก 10-25% จะถือเป็นการฉีกข้อตกลงเดิมและนำไปสู่สงครามการค้าเต็มรูปแบบ.

เครดิตภาพ : AFP