เมื่อวันที่ 19 ม.ค. เวลา 17.00 น. ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ต.มหาชัย จ.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีปราศรัยทั่วไทย ในหัวข้อ “หายจนการเมืองสุจริต พลิกเศรษฐกิจไทย” นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ขึ้นเวทีปราศรัย เพื่อแนะนำผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร ทั้ง 4 คน ได้แก่ นายภัคเมศฐ์ ธีระศิลาเวทย์ ผู้สมัคร สส.เขต 1, น.ส.กัญญาพัชร ณัฐสุรางค์ ผู้สมัคร สส.เขต 2, น.ส.แพญาริณธ์ เจียอัตรเตชานน ผู้สมัคร สส. เขต 3, นายอภินันท์ หวันประวัติ ผู้สมัคร สส. เขต 4

โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่ง ว่า มีคำสบประมาทว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์ ตนจึงต้องกลับมา แต่ก็มีคนบอกว่าเอาให้รอดก็พอ อย่างไรก็ตาม เมื่อเราลงพื้นที่หาเสียง ไม่ได้เอาแค่รอด เพราะจะให้เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เมื่อตนกลับมา ได้ตั้งโจทย์ 2 ข้อให้กับตัวเอง คือไม่ได้ทำให้พรรคฟื้นเท่านั้น แต่ต้องเข้มแข็งเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้ เรามองปัญหาความย่ำแย่ของการเมือง ที่เริ่มจากทุจริตและทุนเทา วันนี้ ตนอยากมา จ.สมุทรสาคร แต่ไม่อยากมาถนนพระราม 2 เพราะตนไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำๆ เป็นอุบัติเหตุล้วนๆ เนื่องจากปัญหาโยงใยไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น เหมือนที่ทุกคนเชื่อ เพราะเกิดแล้วเกิดอีก แต่ไม่ชัดเจนว่าใครที่ต้องรับผิดชอบ

“นอกจากพระราม 2 แล้วยังมีกรณีตึก สตง. และเหตุการณ์ที่โคราช เป็นเพราะทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงปัญหาทุนเทาที่มาหลอกลวงเอาเงินประชาชนไม่กี่วินาที ซึ่งมีสารคดีชี้ว่าศูนย์กลางหลอกลวงอยู่รอบประเทศไทย และเงินที่ซื้อสส. ไม่กี่สิบล้านบาท แจกเงินซื้อเสียง จะมีธุรกิจไหนที่มีเงินมาก นอกจากธุรกิจสีเทา เราปล่อยต่อไปไม่ได้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่แก้ไขช้า เพราะคนที่อยู่อำนาจไม่ทำจริงจัง เพราะอาจมีผลประโยชน์ร่วมกัน ดังนั้น ประชาชนทุกคนต้องต่อสู้เพื่อสร้างการเมืองสุจริตอีกครั้ง ตนไปดีเบตทุกวัน ทุกคนทุกพรรคพูดเหมือนกัน คือ ไม่เอาทุนเทา ไม่เอาคอร์รัปชัน จะทำให้สุจริต แต่หลายปี และหลายพรรคอยู่ในอำนาจ พิสูจน์และเอาจริงกับความซื่อสัตย์สุจริต หลายคนพูดได้ หากให้โอกาสเขาก็ไม่ต้องห่วงไม่ทุจริต ตนไม่สามารถกล่าวหาสบประมาทว่าทำไม่ได้ แต่อย่างน้อยสำหรับตนมีประวัติเป็นเครื่องพิสูจน์ เวลา 30 ปี ไม่เคยมีข้อกล่าวหาว่าเอาตำแหน่ง อำนาจไปแสวงหาประโยชน์ให้ตนเอง

“หากผมไม่ทำตอนอายุ 27 ปี แต่จะไปทำตอน 61 ปี คงไม่ทำ เพราะอยู่ไม่นานแล้ว ความซื่อสัตย์สุจริตและการรปราบปราทุจริต ผู้นำสำคัญที่สุด หากผู้นำส่งสัญญาณชัดสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ยาก ผมได้ประชุมกรรมการบริหารพรรค ให้เริ่มที่การเลือกตั้ง หากมีคนของประชาธิปัตย์ทุจริตจะจัดการ และวันที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี มีเพื่อนที่เป็นรัฐมนตรี ต้องออกไปก่อน หลีกไปก่อน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะเอาจริง ไม่ได้อวดอ้างผู้นำสุจริต แต่ได้เตรียมเครื่องมือจัดการการทุจริต คือ ให้ประชาชนตรวจสอบการประมูล จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซื้อขายตำแหน่ง โดยเที่ยวนี้จะสะสางการแต่งตั้งให้โปร่งใส ทั้งนี้นักการเมืองต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ต้องเปิดเผยรายละเอียด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับแก้ปัญหาทุนเทา ภายใน 90 วันต้องไม่มีคนมีอำนาจกีดขวางการปราบปราม และออกกฎหมายให้อายัดทรัพย์หากอธิบายที่มาไม่ได้ เปิดเผยการทำธุรกิจทองคำ คริปโต และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงตรวจจับเส้นทางการเงิน ขอให้มั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะทำให้ไม่ทนทุนเทาเดินหน้าได้ ทั้งนี้ตนขอให้มั่นใจว่าหากเลือกประชาธิปัตย์ ทำงานให้เศรษฐกิจดี ต่อสู้ทุนเทา และคนที่มีหัวใจดูแลมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย

“ต่อให้เราไม่ใช่พรรคที่ใหญ่ที่สุด แต่หากเลือกพอ จะเป็นตัวแปร ตอนนี้เชื่อว่าจะไม่มีพรรคที่ได้เสียงเด็ดขาด และเขาต้องแข่งขันจัดตั้งรัฐบาล จะมีคนมาชวนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหากเลือกพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปมากพอจะเป็นหลักประกัน ที่ปัญหาทุนเทา คอร์รัปชั่น ความแตกแยก เพราะนโยบายที่ละเอียดอ่อนจะไม่เกิด สุดท้ายผมยังกังวลเหลือเวลาอีกไม่มาก เข้าสู่ช่วงคนที่ไม่สนกระแส แต่สนกระสุน ที่ตะโกนบอกไม่เอาทุนเทา แต่หากกระสุนสีเทามาเป็นชุด เริ่มมีเสียงแตก ผมบอกเลยหากใครเอากระสุนสีเทามา บอกเลยว่าไม่เอา เพราะเลือกการเมืองสุจริต” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ขณะที่ นายชัยชนะ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ถือเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญของประเทศ เพื่อทำให้ประเทศออกจากวิกฤติเศรษฐกิจ ดังนั้นขอประกาศว่าบ้านใหญ่ไม่สน สนแต่ผู้แทนราษฎรที่ดีเท่านั้น หวังให้ประเทศมีเศรษฐกิจที่ดี ความเป็นอยู่ที่ดี มีความเสมอภาค สำหรับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ประชาชนในจ.สมุทรสาครเคยเลือกพรรคการเมืองหนึ่งยกจังหวัด เพราะคาดหวังว่าให้เขาแก้ปัญหาแรงงาน ปัญหาการทำประมง มลภาวะทางอากาศ แต่น่าผิดหวัง เพราะสส.พรรคการเมืองที่ได้รับเลือก ในปี 2562 กลายเป็นงูเห่า ขายตัว และย้ายพรรค เสียอุดมการณ์ประชาธิปไตย ดังนั้นการเลือกตั้งในปีนี้ ทุกคนต้องกล้าเลือกสส. กล้าเลือกพรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนยันกับประชาชนว่าจะทำอะไรให้กับบ้านนี้เมืองนี้

“ผมเคยเดินตลาดมหาชัยก่อนยุบสภา มีประชาชนบอกผมว่า ท่าน สส.แทน คลองท่าจีน แม่น้ำท่าจีน เขื่อนป้องกันตลิ่งเป็นปัญหา ผมบอกกลับไปว่า ปัญหาที่เกิดตอนนี้ต้องได้เข้าไปในสภา ผมได้โทรศัพท์หาอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองให้ลงมาสำรวจปัญหานี้ให้ประชาชนหน่อย ขอให้มั่นใจว่าหากพวกผมได้เข้าสภา ปัญหานี้จะได้รับการแก้ไข”นายชัยชนะ กล่าว
นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีโหรและหมอดูทำนายคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่ง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคเพื่อไทย บอกว่านายกฯคนต่อไปอักษรย่อ “อ.อ่าง” นำหน้า ซึ่งบอกไม่หมด ที่จะบอกหมด คือ มี “อภิ” ด้วย ไม่ใช่ อนุ เพราะ “อนุ” จะโตกว่า “อภิ”ได้อย่างไร ดังนั้นโหรทำนายชัดเจน ว่านายกฯ คนต่อไปเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ.




