เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ม.เกษมบัณฑิตโดยศูนย์นวัตกรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการเสวนาทางวิชาการเรื่อง “ประเทศไทยกับกระทรวงกีฬาแห่งอนาคต” ที่โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจากคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี เมมเบอร์) และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) เป็นประธานในพิธีเปิด ท่ามกลางกูรูหรือคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งด้านสังคม เศรษฐศาสตร์การเมือง การบริหารจัดการองค์กรกีฬา ตลอดจนผู้แทนจากทุกภาคส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งผู้สนใจที่ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง
คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กล่าวในพิธีเปิดโครงการ โดยมีการสะท้อนและฉายภาพให้เห็นถึงประเทศไทยกับการจัดตั้งกระทรวงกีฬา รวมทั้งชี้ให้เห็นถึงประโยชน์และมูลค่าเพิ่มที่จะตามมาตลอดจนยกกรณีศึกษาในความสำเร็จของต่างประเทศที่ขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับวงการกีฬา ภายใต้การมีกระทรวงกีฬาและองค์กรที่รับผิดชอบทางการกีฬา พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนากีฬาจะสำเร็จได้เราต้องมีผู้รัวผิดชอบในการสนับสนุนนักกีฬา ให้มีความพร้อมกับการที่จะก้าวขึ้นสู่โพเดียม ในการแข่งขันระดับโอลิมปิกและระดับโลก

คุณหญิงปัทมา กล่าวว่า กีฬามีความสำคัญเนื่องจากเป็นเบ้าหลอมของเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติ ซึ่งวันนี้แต่ละชาติมีโครงสร้างการพัฒนากีฬาที่แตกต่างกัน ก็คงถึงเวลาที่เราควรมีระบบการพัฒนากีฬาอย่างครบวงจร การที่มีกระทรวงกีฬา เป็นเอกเทศจะเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดนโยบายเชิงยุทธศาสตร์นำกีฬาไทยสู่ระดับตั้งแต่ระดับเยาวชน, ประชาชน, กีฬาอาชีพ, กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ, วิทยาศาสตร์การกีฬา รวมไปถึงเศรษฐกิจของชาติ การมีกระทรวงกีฬาเป็นเอกเทศ ยังจะทำให้มีทิศทางที่แน่นอนและยิ่งไปกว่านั้นต้องตระหนักและให้ความสำคัญการพัฒนาและดูแลนักกีฬาภายใต้สวัสดิการตั้งแต่ก่อน และหลังแข่งขัน ยิ่งไปกว่านั้นต้องให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมควบคู่กันไปด้วย
ขณะที่ นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การจัดตั้งกระทรวงกีฬา เป็นนโยบายของรัฐบาล และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มีการแต่งตั้งคณะทำงาน ศึกษาความเป็นไปได้ในการยกระดับกระทรวงกีฬา โดยศึกษาจากแต่ละประเทศ ก่อนจะมีการตกผลึก สำหรับกีฬานั้นมีความสำคัญรวมไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจอีกด้วย โดยจะมีการแยกการท่องเที่ยวไปร่วมกับวัฒนธรรม
รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง สะท้อนว่า กีฬาเป็น Signature ของโลก ตนเองจึงเห็นด้วยที่จะมีการแยกกระทรวงกีฬา เป็นเอกเทศ พร้อมหนุนกีฬาให้คู่กับกิจกรรมเยาวชน เพื่อสร้างสังคมและชุมชนให้ดีขึ้นกว่าเดิมและขอทำให้เป็นรูปธรรม อย่าเป็นแค่นามธรรม ซึ่งถ้าประเทศไทยมีกระทรวงกีฬา จะส่งผลดีต่อสัวคมแบะประเทศเป็นอย่างมากโดยเฉพาะการพัฒนาคนซึ่งรวมถึงเยาวชน และทุกภาคส่วน

ดร.สุพิตร สมาหิโต รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และนักวิชาการทางด้านกีฬา ชี้ว่า การแยกท่องเที่ยว ไปรวมกับวัฒนธรรม ต้องถามก่อนว่าถ้าแยกแล้วกีฬาจะดีขึ้นหรือไม่ วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ควรมีกระทรวงกีฬา และกระทรวงควรพ่วงกับกิจกรรมเยาวชน เนื่องจากเยาวชน เป็นมรดกของชาติ ที่จะพัฒนาวงการกีฬาต่อไป
นายถิรชัย วุฒิธรรม นายกสมาคมกีฬาแห่งกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ประเทศไทยควรมีกระทรวงกีฬานานแล้ว และกระทรวงจะต้องไม่ทิ้งมิติการพัฒนาทรัพยากรหรือทุนมนุษย์ของประเทศ โดยเฉพาะการรวมกับกิจการเยาวชน ทั้งนี้เนื่องจากกีฬาสามารถเป็นหนึ่งในพื้นฐานของการสร้างระเบียบวินัย แต่เมื่อจัดตั้งแล้วต้องเน้นกีฬาอย่างจริงจังมีภารกิจมารองรับ ไม่ใช่ทำให้จบ ๆ ไป รัฐบาลต้องมีความจริงใจที่ชัดเจน ซึ่งตนเชื่อว่ามีคนอยากที่จะเป็นรัฐมนตรีกีฬามากมาย
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตนายกสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย และอดีตอธิบดีกรมสรรพสามิต มองว่า กีฬากับท่องเที่ยวมีความต่างกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาภาครัฐมักจะหนุนกีฬาน้อยมาก ถ้ามีกระทรวงกีฬาเกิดขึ้น รัฐบาลก็จะหันมาให้ความสนใจกีฬามากขึ้นแน่นอน แต่ปัญหาที่จะตามมาสำหรับกีฬาก็คือเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้าง จะต้องโปร่งใส ซึ่งตนอยากได้คนกีฬา เข้ามาวางนโยบาย เนื่องจากรู้ใจของคนกีฬา

ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายที่จะตั้งกระทรวงกีฬาอย่างจริงจัง ก็ต้องขอบคุณอย่างจริงใจ และชื่อว่ากีฬามีความสำคัญและถ้ามีการจัดตั้งกระทรวง ขอว่าอย่าเปลี่ยนชื่ิอ กรมพลศึกษา หรือ ขณะเดียวกันกระทรวงกีฬา ควรจะมีกิจกรรมของเยาวชนมาเกี่ยวข้องด้วย เพราะกีฬาสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาลตัวอย่าง
“ทุกวันนี้มวยไทยสร้างมูลค่าแพร่หลายไปทั่วโลก นอกจากนั้นกระทรวงต้องมีกรมหรือหน่วนงานที่ตอบโจทย์โดยให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์การกีฬา การพัฒนานักกีฬาคนพิการ สถาบันมวยไทย รวมทั้งหน่วยงานที่ทางด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมและการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬา และควรมีเรื่องของจริยธรรม ธรรมาภิบาล และกฎหมายทางการกีฬาเข้ามาควบคุมด้วย”
“เล็ก” ร้อยเอกหญิง ชนาธิป ซ้อนขำ ผู้อำนวยการศูนย์กีฬาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตเจ้าของเหรียญทองแดง กีฬาเทควันโด โอลิมปิกเกมส์ 2012 ระบุว่า กล่าวในฐานะตัวแทนนักกีฬา ถ้ามีการจัดตัืงกระทรวงกีฬา กระทรวงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบมีความชัดเจนในภารกิจ โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารงบประมาณ ที่มีปัญหาตลอด จึงควรบูรณาการร่วมกัน การมีกระทรวงกีฬา จะต้องมีเป้าหมายชัดเจนในการสนับสนุนกีฬาและจะต้องสนับสนุนนักกีฬาและคู่ซ้อม รวมทั้งผู้ฝึกสอนอย่างจริงจังและควรพิจารณาว่าควรจะสนับสนุนด้านใดบ้างที่ครบทุกมิติ
“บี บางปะกง” นายวรเทพ มากโภคา คอลัมนิสต์ไทยรัฐสปอร์ต อดีตผู้สื่อข่าวกีฬานสพ.ไทยรัฐ สะท้อนมุมมองว่า ที่ผ่านมากีฬาถูกมองว่าเป็นภาระเป็นลูกเมียน้อย จึงไม่ได้รับความสนใจจากทางภาครัฐเท่าที่ควร อย่างข่าวกีฬา ซึ่งมีประโยชน์แต่มีโอกาสน้อยมากที่จะขึ้นหน้า 1 ถ้าไม่ใช่มหกรรมกีฬาสำคัญ ที่ผ่านมาเรื่องการจัดตั้งกระทรวงกีฬา มีการพูดคุยกันมานานตั้งแต่สมัยตนเองเป็นนักข่าวใหม่ ๆ ซึ่งรุ่นพี่ของตนยังมีชีวิตอยู่ จนเสียชีวิตแล้วกระทรวงก็ยังไม่เกิด

พลเอก ชัยวิทย์ ชยาภินันท์ อดีตผู้อำนวยการโครงการจิตอาสา กระทรวงกลาโหม วิทยากรจิตอาสา 904 ในฐานะผู้เขียนหนังสือกฎหมายกีฬา มองว่า คณะทำงานการจัดตั้งกระทรวงกีฬา จะต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน และต้องไม่ลืมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ได้มีบัญญัติแนวนโยบายแห่งรัฐมาตรา 71 วรรคแรกสำหรับในมิติกีฬาไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้เพราะรัฐธรรมนูญจะเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การขับเคลื่อนอย่างมีทิศทาง
หลังจากจบการเสวนา นายเศกสันฐ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวว่า วันนี้ตนได้ข้อมูลจากปรมาจารย์ด้านกีฬามากมาย ในฐานะคนทำงานก็ต้องอาศัยพวกท่านในการนำเสนอข้อมูลว่ากีฬาจะพัฒนาไปอย่างไร ไม่ใช่แค่แยกกระทรวง แต่จะทำอะไรที่จะให้กระทรวงนี้มีประสิทธิภาพ ส่วนการควบรวมกับเยาวชน ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีแต่จะมีผลกระทบต่อส่วนราชการอื่น จึงต้องหารือกับหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงว่าเป็นไปได้แค่ไหน จึงต้องศึกษาแยกกฎหมายให้ดี โครงสร้างที่ควรจะเป็น ซึ่งทีมงานได้มีการนำเสนอข้อมูลให้กับท่านรัฐมนตรีมาโดยตลอด ไม่สิ้นปีงบประมาณหรืออย่างช้าสิ้นปีปฏิทิน น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น เนื่องจากมีหลายเรื่องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผอ.ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ม.เกษมบัณฑิต ในฐานะผู้ประสานงานการจัดเสวนา กล่าวว่า การจัดโครงการในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง และต้องขอบขอบคุณ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก ตลอดจนคณะวิทยากร ภาคีเครือข่าย สื่อมวลชนทุกแขนงโดยเฉพาะThai PBS, เครือสยามสปอร์ต, วิทยุอสมท. FM.99 ซึ่งมุมมองและเสียงสะท้อนโดยเฉพาะแนวคิดของคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ที่รังสรรค์ไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง ศูนย์นวัตกรรมหารพัฒนาทุนมนุษย์ ก็จะสรุปเพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับประกอบการพิจารณาจัดตั้งกระทรวงกีฬา และจะเสนอผ่านรัฐบาลต่อไป



