นายณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มสื่อสารไร้สาย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที เปิดเผยว่า  อุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการเชื่อมต่อผู้คนผ่านเสียง (วอยซ์) บริการข้อความ (เอสเอ็มเอส) และบรอดแบนด์ ไปสู่ยุคของ เอไอโอที ที่เป็นการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อสร้างข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ ซึ่งทางเทคโนโลยี เอไอ จะไม่สามารถทำงานหรือเติบโตในวงกว้างได้เลย หากปราศจาก “ข้อมูล” และข้อมูลเหล่านั้นจำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานทั้งเครือข่ายโทรคมนาคม คลาวด์ รวมถึงระบบประมวลผลในการจัดเก็บ ส่งต่อ และประมวลผล

“หลายคนมักโฟกัสไปที่โมเดลหรือแอปพลิเคชัน เอไอ แต่เบื้องหลังทุกแอปพลิเคชันคือเครือข่ายและการเชื่อมต่อ ซึ่ง เอ็นที ได้สร้างและดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเหล่านี้ให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานชุดนี้กำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญสำหรับอนาคต เอไอ ของประเทศ”

นาย ณัฏฐวิทย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ครงสร้างพื้นฐานระดับชาติของ เอ็นที ที่ครอบคลุมทุกระดับการใช้งาน ตั้งแต่ผู้ใช้บริการไปจนถึงแพลตฟอร์มคลาวด์ โดยปัจจุบัน เอ็นที มีโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกความยาวกว่า 4 ล้านคอร์กิโลเมตร, เสาโทรคมนาคมกว่า 25,000 ต้นรองรับสัญญาณ 5จี, ดาต้าเซ็นเตอร์ 13 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ 7 ระบบ ที่พร้อมเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับระบบนิเวศดิจิทัลระดับโลก

“เราวางโรดแมปการมุ่งสู่ผู้นำด้าน เอไอ ไว้ใน 3 ระยะในเรื่องของการเตรียมความพร้อม  การให้บริการแอปพลิเคชันและโซลูชัน เอไอ ไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศระยะยาวที่จะนำความฉลาดของ เอไอ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทั้งในบ้าน ชุมชน และภาคธุรกิจ    โดยอนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเครือข่ายเชื่อมต่อที่มากขึ้นเท่านั้น แต่อยู่ที่การสร้างมูลค่าเพิ่ม  จากการเชื่อมต่อเหล่านั้น เมื่อ เอไอ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โอกาสทางธุรกิจและบริการใหม่ๆ จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซคือจุดเริ่มต้นของการเติบโตก้าวต่อไป” นาย ณัฏฐวิทย์ กล่าว