สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่านายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น แถลงว่า เธอจะประกาศยุบสภา เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในวันที่ 8 ก.พ. นี้ โดยเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างคร่าว ว่าการยุบสภาจะมีผลอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 23 ม.ค. และกำหนดการหาเสียงจะเริ่มในวันที่ 27 ม.ค.


เธอกล่าวว่า หากพรรคเสรีประชาธิปไตย ( แอลดีพี ) ยังคงได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เธอจะลดภาษีอาหารเป็นเวลา 2 ปี เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนที่กำลังเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ


อนึ่ง คณะรัฐมนตรีของทาคาอิจิเพิ่งอนุมัติงบประมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 122.3 ล้านล้านเยน ( ราว 24.20 ล้านล้านบาท ) สำหรับปีงบประมาณต่อไป ที่จะเริ่มในเดือนเม.ย. 2569 และเธอประกาศว่า จะเร่งขออนุมัติจากรัฐสภาให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพง และฟื้นฟูเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก


ทั้งนี้ พรรคแอลดีพีซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายอนุรักษนิยม ปกครองญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่องเกือบหลายทศวรรษ แม้มีการเปลี่ยนตัวผู้นำบ่อยครั้งก็ตาม โดยทาคาอิจิได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว หลังชนะศึกเลือกตั้งภายในพรรคแอลดีพี จนถึงตอนนี้ รัฐบาลทาคาอิจิยังมีคะแนนนิยมสูง แต่สวนทางกับความนิยมของพรรคแอลดีพีซึ่งกำลังลดลง


ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งรวมถึงพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น ( เจไอพี ) ตอนนี้มีคะแนนเสียงเกินครึ่งเพียงเล็กน้อยในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการผ่านนโยบายสำคัญ เช่น การใช้จ่ายทางการคลังเชิงรุกและการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม


อนึ่ง มีการวิเคราะห์ด้วยว่า การตัดสินใจยุบสภาและจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด อาจช่วยให้ทาคาอิจิมีทางเลือกมากขึ้นในความขัดแย้งกับจีน โดยจะเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรอง ผ่านการแสดงให้รัฐบาลปักกิ่งเห็น ว่าเธอได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากในประเทศ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ทาคาอิจิเปรยเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว ว่าญี่ปุ่นอาจแทรกแซงทางทหารหากจีนโจมตีไต้หวัน


อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอีกฝ่ายเตือนว่า หากทาคาอิจิชนะ จีนอาจเพิ่มแรงกดดันต่อญี่ปุ่นมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งอาจต้องการส่งสัญญาณถึงชาวญี่ปุ่นว่า “การสนับสนุนผู้นำสายเหยี่ยวอาจนำไปสู่ความเจ็บปวด”.

เครดิตภาพ : AFP