เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ม.ค. 69 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) ระดับประเทศ (Nationwide Test) โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนจากผู้ให้บริการเครือข่าย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เข้าร่วม และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กรุงเทพมหานคร อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมการทดสอบผ่านระบบออนไลน์

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า สาธารณภัยที่เกิดขึ้นปัจจุบันรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นเมื่อเทียบกับภัยที่เคยเกิดขึ้นในอดีต การสร้างกลไกบรรเทาและหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นผ่านการแจ้งเตือนภัยด้วยสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ถือเป็นระบบที่ช่วยให้การแจ้งเตือนภัยเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง ซึ่งทาง ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทดสอบการแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ระดับประเทศ ที่กำหนดพื้นที่ทดสอบทั่วประเทศ  โดยได้กดส่งสัญญาณการแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชน ในรูปแบบของการแจ้งเตือนภัยระดับชาติ ซึ่งใช้สำหรับแจ้งเตือนสาธารณภัยขนาดใหญ่ที่มีความรุนแรงส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ ผลการทดสอบ ทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับสัญญาณการทดสอบการแจ้งเตือนในเวลา 14.00 น. พร้อมกัน ตามเวลาที่กำหนดไว้ 

โดยได้รับข้อความภาษาไทยว่า “ทดสอบแจ้งเตือนภัย ไม่ใช่สถานการณ์จริง จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โปรดอย่าตื่นตระหนก” และข้อความภาษาอังกฤษ “This is a test message from Department of Disaster Prevention and Mitigation (DDPM), not real situation. No action required.”

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการทดสอบเบื้องต้นที่ได้สอบถามไปยังพื้นที่ผ่านระบบประชุมทางไกล เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ปรากฏว่าคนในพื้นที่ได้รับสัญญาณแจ้งเตือนพร้อมข้อความทดสอบอย่างทั่วถึงไม่เกิน 10 วินาที ซึ่งทาง ปภ. จะได้มีการสำรวจความคิดเห็นผลตอบรับการทดสอบ เพื่อรวบรวมรายงานให้กับคณะรัฐมนตรีทราบต่อไป 

“ระบบ Cell Broadcast จึงถือเป็นมิติใหม่ของการแจ้งเตือนภัยที่เข้าถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเฉพาะเจาะจงพื้นที่ โดยไม่ก่อให้เกิดการรบกวนในวงกว้าง ช่วยให้พี่น้องประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤติได้อย่างทันท่วงที ซึ่งประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้ ผนวกกับการปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความสูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเตือนภัยของภาครัฐให้เข้มแข็ง เพราะการสื่อสารที่ฉับไวและตรงจุดไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างเกราะป้องกันที่สำคัญให้สังคมไทย ช่วยให้พี่น้องประชาชนก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ฉุกเฉินไปได้อย่างปลอดภัย และนำไปสู่ความเชื่อมั่นในระบบบริหารจัดการภัยพิบัติของภาครัฐอย่างยั่งยืน” นายอรรษิษฐ์ กล่าว.