นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ประธานในพิธีเปิดงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนด้วยผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงาน การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการพัฒนานวัตกรรม ขณะเดียวกัน รูปแบบของธุรกิจของไทยได้เปลี่ยนผ่านสู่การพึ่งพาทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม หรือทรัพย์สินทางปัญญา อย่างไรก็ดี แม้โครงสร้างธุรกิจจะเปลี่ยนไป แต่กลไกทางการเงินยังคงยึดโยงกับสินทรัพย์ที่จับต้องได้เป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะธุรกิจนวัตกรรมและเทคโนโลยี ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงมุ่งมั่นขับเคลื่อนแนวทางแปลงทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Financing) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สนองต่อนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ ผ่านการผลักดันให้นวัตกรรม งานวิจัยพัฒนา และผลงานการสร้างสรรค์ของคนไทยที่ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สามารถนำมาประเมินมูลค่าเพื่อเข้าถึงแหล่งทุนใน 2 มิติ

ได้แก่ ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการระดมทุน (Raise Fund) และทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อหลักประกันทางธุรกิจ (Business Collateral) นับเป็นการยกระดับบทบาททรัพย์สินทางปัญญาในการแข่งขันของไทย จากการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย สู่การเป็นสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจให้เข้าถึงกลไกทางการเงิน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสและทางรอดของ SMEs ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

งาน “Thailand IP Finance & Valuation Connect 2026” นับได้ว่าเป็นเวทีระดับนโยบายที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก Mr.Marco Alemán ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ร่วมกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ โดยย้ำว่าทรัพย์สินทางปัญญาคือหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ พร้อมชื่นชมบทบาทเชิงรุกของไทยในการยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศให้ก้าวไปอีกขั้น และยืนยันว่า WIPO พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในทุกมิติ เพื่อวางรากฐานระบบนิเวศ IP Finance ของไทยให้เกิดขึ้นอย่างมั่นคงและเป็นรูปธรรม

จากนั้นภายในงานได้มีการสัมมนาแลกเปลี่ยนมุมมองต่อแนวทางการสร้างระบบนิเวศ IP Finance ของไทย โดยมีการศึกษาเรียนรู้แนวคิดและรูปแบบความสำเร็จด้าน IP Finance ของต่างประเทศ ตลอดจนแนวทางการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทภายในประเทศ รวมทั้งวิเคราะห์โอกาสและช่องทางในการระดมทุนสำหรับสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ของไทยในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการประชุมหารือเพื่อเสนอทิศทางการขับเคลื่อนระบบการเงินด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ทั้งการสร้างบุคลากรและผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา การยกระดับสมาคมประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เป็นที่ยอมรับของภาคการเงิน กลไกการสนับสนุนและมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ และการต่อยอดโครงการนำร่อง WIPO IP Finance Pilot Project ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบ IP Finance Sandbox ของไทย เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาระบบนิเวศ IP Finance ของประเทศ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพเชิงนโยบาย ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง