เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์ฝุ่นในวันนี้ที่เห็นสภาพฟ้าหลัว อากาศมืดครึ้ม ว่า เกิดจากการสู้กันระหว่างลมใต้ที่พัดมาเมื่อคืนและลมพัดลงมาจากทางทิศเหนือ โดยเมื่อลมจากทิศใต้พัดขึ้นจะนำความชื้นมาด้วย และเมื่อความชื้นจับตัวกับฝุ่นกลายเป็นฝุ่นอ้วน
“แต่สถานการณ์ฝุ่นในวันนี้ดีขึ้น มีสีส้มอ่อนประมาณ 40 มคก./ลบ.ม. เพียง 2 เขต คือ ปทุมวันและลาดกระบัง แต่จุดอื่นค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีเหลืองและสีเขียวทั้งหมด”
ทั้งนี้ จากการพยากรณ์คาดว่าพรุ่งนี้ (22 ม.ค.) ลมทางทิศใต้จะแรงขึ้น ทำให้ฝุ่นคลี่คลายลง และปลายสัปดาห์อากาศก็จะดีขึ้น ซึ่งความจริงสถานการณ์ฝุ่นเดือน ม.ค.นี้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่ค่าฝุ่นสีแดง 12 วัน ปัจจุบันมีอยู่ 6-7 วัน ดีขึ้น 50% เช่นเดียวกับเดือนธ.ค.เมื่อเทียบปีต่อปีก็ดีขึ้นประมาณ 40%
“หากถามว่าทำไมดีขึ้น ก็มาจากหลายเหตุผล เหตุผลสำคัญคือการขอความร่วมมือกับต่างจังหวัด โดยเฉพาะนครนายกที่ช่วยเหลือดีมาก พบจุดเผาลดลง ต้องขอบคุณปลัดมหาดไทยที่ออกคำสั่งและมีการประสานงาน นำพยากรณ์อากาศไปขอความร่วมมือช่วงที่ค่าฝุ่นเข้มข้น รวมทั้งเราเข้าใจและมีการพยากรณ์ที่แม่นยำขึ้น”

ประกอบกับการตรวจรถยนต์เข้มข้นขึ้น ปีนี้จับรถควันดำได้กว่า 400 คัน มากกว่าปีที่แล้วเกือบ 7 เท่า มีการขอความร่วมมือ work from home ช่วงพยากรณ์อากาศปิด ส่วนการเผาเกษตรกรในพื้นที่กทม.ไม่มีเผาเลย
ส่วนกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นศาลปกครองกลางฟ้องผู้ว่าฯ กทม. ฐานละเลยต่อหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร เหตุปล่อยให้ฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานทั่ว กทม.มาตั้งแต่ปลายปี 68 ถึงปัจจุบันนั้น ผู้ว่าฯ กทม. ระบุ ที่ผ่านมาได้ทำอย่างเข้มข้น ไม่ได้เริ่มแค่ช่วงนี้ และฝุ่นคือการทำงาน 365 วัน ตลอดปี ทั้งวางแผนการขอความร่วมมือ พร้อมยินดีหากจะชี้แนะตรงจุดใด
“แล้วหากศาลปกครองจะให้เราทำเพิ่มเติมตรงจุดไหน ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร หากศาลปกครองจะให้เข้าไปชี้แจงในประเด็นใดคงเรียกไปอีกครั้ง เราเชื่อว่าเราพยายามทำทุกหน่วยงาน คุยทุกภาคส่วนประสานดำเนินการ เราก็เห็นว่าแนวโน้มดีขึ้นด้วย” ผู้ว่าฯ กทม. ระบุ.



