สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และคณะผู้ติดตาม ต้องเดินทางกลับมาเปลี่ยนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ ฟอร์ซ วัน ที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์ ในรัฐแมริแลนด์ ใกล้กับกรุงวอชิงตัน เพื่อเดินทางไปร่วมการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก “เวิลด์ อีคอนอมิก ฟอรัม” (ดับเบิลยูอีเอฟ) ที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์
ทั้งนี้ การเปลี่ยนเครื่องบินดังกล่าว ทำให้การเดินทางของทรัมป์ล่าช้าไปประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หลังจากการเดินทางครั้งแรก โดยการบินกลับมายังสนามบินต้นทาง เป็นไป “เพื่อความปลอดภัยสูงสุด” หลังเกิดช่วงเวลาซึ่งเจ้าหน้าที่เรียกว่า “ปัญหาไฟฟ้าเล็กน้อย” ด้านผู้สื่อข่าวหลายคนซึ่งร่วมการติดตามทรัมป์ เล่าว่า ไฟในห้องโดยสารดับวูบลงชั่วขณะ หลังเครื่องบินทะยานขึ้นได้ไม่นาน
อนึ่ง ทรัมป์ไม่ค่อยพอใจกับเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ลำปัจจุบันนัก ซึ่งเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 747-200บี สองลำที่ปรับแต่งเป็นพิเศษและใช้งานมาตั้งแต่ปี 2533 ในยุคของประธานาธิบดีจอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช และกล่าวว่า รัฐบาลกำลัง “มองหาทางเลือกอื่น” นอกเหนือจากโบอิ้ง
เมื่อเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ ตอบรับเครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่กาตาร์เสนอมอบให้เพื่อใช้เป็นเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ลำใหม่ ก่อให้เกิดคำถามใหญ่ทางด้านรัฐธรรมนูญและจริยธรรม รวมถึงความกังวลด้านความมั่นคงเกี่ยวกับการใช้เครื่องบินที่ “ได้รับบริจาคจากต่างชาติ” มาเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



