เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลาราชการ เพื่อใช้เวลาตลอดทั้งวันลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.นครพนม ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงเวทีในภาคอีสานครั้งแรก ใน อ.นาแก อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม อ.บ้านแพง อ.เมือง จ.นครพนม ช่วยผู้สมัคร สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 4 เขต หาเสียง ประกอบด้วย น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ เขต 1, นายณพจน์ศกร ทนัพยสิทธิ์ เขต 2, นายอลงกต มณีกาศ เขต 3 และนายชูกัน กุลวงษา เขต 4 

โดยจุดแรกเวลา 10.43 น. นายอนุทิน พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เดินทางถึงบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม ช่วยหาเสียงให้กับนายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 4 โดยเมื่อเดินทางถึง ชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองคล้องคอและผ้าขาวม้าผูกเอวต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก

จากนั้นนายอนุทิน ขึ้นเวทีปราศรัยว่า จำกันได้หรือไม่ เมื่อ 2 ปีที่แล้วตนมาที่แห่งนี้ มาขอให้ไว้วางใจตน เลือกผู้สมัครของพรรค ให้เป็นผู้แทนของพี่น้อง นายชูกัน เป็นคนที่ตนถูกชะตา โกรธไม่ลง จังหวะนี้ นายอนุทิน น่าจะหมายถึง ช่วงที่นายชูกัน โหวตสวนมติพรรค ปมกาสิโน และนายชูกัน เวลาพูดถึงพี่น้องชาวนาแก ยิ้มหน้าเป็นกระด้งเลย เขาเป็นคนที่พูดกับคนนาแก รู้เรื่องเท่านั้น เวลาตนคุยกับนายชูกัน มั่นใจได้เลยไม่เคยมีเรื่องอื่น มีแต่เรื่องของพี่น้องชาวนาแก ก่อนที่นายอนุทิน จะถามชาวบ้านว่าอยากให้เปิดด่านชายแดนหรือไม่ ชาวบ้านตอบทันทีว่าไม่ ทั้งนี้ รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ กับรายได้ของประชาชน ช่วงไหนพอมีงบประมาณ ที่จะทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัว เกิดความคล่องตัว มีเงินหมุนเวียนให้จับจ่ายใช้สอย เราก็คิดต่อยอดโครงการคนละครึ่งพลัส โอเคไหม ถึงแม้จะ 50:50 แต่ไม่ใช่การนำเงินมาไล่แจกให้พี่น้อง เราไม่ใช่วณิพก อยู่ดีๆ ให้คนเอามาใส่ให้ เราเป็นประชาชนมีศักดิ์ศรี เราต้องดูแล อย่างให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมจึงออกคนละครึ่งพลัส พรรคภูมิใจไทย ถือว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ เฟสหนึ่งเสร็จแล้ว จริงๆ จะออกเฟส 2 แต่ดันยุบสภาเสียก่อน เพราะฉะนั้น หากพ่อแม่พี่น้องอยากได้เฟสสอง ก็ขอให้เลือกภูมิใจไทย กลับไปเป็นรัฐบาล 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นายกฯ คนนี้ ได้ทำสิ่งเหล่านี้ให้กับท่านแล้ว เมื่อกลับเข้าไป เราก็จะผลักดันคนละครึ่งพลัสเฟสสองเข้ามาให้พ่อแม่พี่น้อง ช่วงหนึ่งนายอนุทิน อ่านโพย มีข่าวดี ด้วยความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง ที่ต้องการโรงพยาบาลนาแก ที่มีคุณภาพ มาตรฐานสูงมากขึ้น ผู้สมัครของพรรครับฟังความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง เข้าไปพูดในสภา และที่ประชุมของพรรค นาแกต้องมีโรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ งบประมาณปี 70 200 กว่าล้านบาท เพื่อโรงพยาบาลนาแก ดังนั้นชาวนาแก มีโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงแน่นอน งบเข้าแล้ว สาธารณสุขเห็นชอบแล้ว แต่ต้องให้สภาเห็นชอบ แล้วใครจะต้องเข้าไปเห็นชอบ นี่ไงนายชูกัน กุลวงษา ถ้าใครบังอาจคิดจะตัดอีก รับรองว่าถ้าเลือกคนนี้ไป ไม่มีใครแย่งงบโรงพยาบาลชาวนาแกไปจากพี่น้องได้ และตนก็จะกำกับดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อจะปกป้องงบประมาณที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวนาแก 

“พี่น้องชาวนครพนม ถ้าเลือกก็เลือกภูมิใจไทย ให้ยกพรรคเลย นครพนม มี สส. 4 คน ก็ให้เลือกทั้ง 4 พรรคเดียว เพราะถ้าเลือกหลอมแหลม ก็มีโอกาสขัดขากันเอง นี่คือความคิดของพรรคอื่น แต่พรรคภูมิใจไทย ต่อให้เป็น สส. พรรคอื่นมาบอกว่าต้องทำแบบนี้ให้ประชาชน นายกฯ คนนี้ ไม่เคยขัด ใจใหญ่กว่า เพราะเป้าหมายคือพี่น้องประชาชน อยู่ดีกินดี ผมอะไรก็ได้ เป็นนายกฯ ก็ได้เป็นแล้ว รัฐมนตรีก็ได้แล้ว ไม่ต้องเป็นอะไรก็ได้ แค่ได้ยินว่าพี่น้องชาวนาแกได้ประโยชน์ ผมก็มีความสุขแล้ว มีโรงพยาบาลแล้ว หนี้หมดแล้ว เอ็นจอยคนละครึ่ง เอ็นจอยสวัสดิการรัฐ แค่นี้ก็มีความสุขมากๆ แล้ว มีความสุขที่เห็นพี่น้องอยู่ดีกินดี จะให้ไม่เป็นอะไร เพื่อแลกกับสิ่งที่ผมบอก ก็เป็นมาแล้ว จะเป็นอะไรนักหนา แต่ถ้าได้เป็นต่อ ได้ดูแลต่อ มันก็พลัส พลัส พลัส บวกบวกบวก ขอโอกาสอีกครั้ง ไม่ยากเลย แค่เลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย และเลือก “อนุทิน“ พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 พี่น้องทำแค่นี้ ส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของพวกผมเอง” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังลงจากเวทีปราศรัย ก่อนเดินทางกลับ นายอนุทิน ได้เดินเข้าไปทักทายชาวบ้านซึ่งได้มีคุณยาย นำสายสิญจน์ผูกข้อมือให้กับนายอนุทิน ตามประเพณีคนอีสาน รวมถึงได้เดินเข้าไปทักทายผู้สูงอายุ ซึ่ง น.ส.ธนนนท์ ภริยา ได้ยืนพูดคุยอยู่ก่อนแล้ว พร้อมเรียกนายกฯ บอกว่า เมื่อครู่คุณยายถามว่า นี่ลูกสาวนายกฯ เหรอ ขณะที่ผู้สูงอายุบอกว่าดีใจได้เห็นตัวจริง พร้อมอวยพรขอให้ได้เป็นนายกฯ เด้อ ขณะที่นายอนุทินตอบว่า “อย่าลืมเบอร์ 37 เด้อ” ซึ่งชาวบ้านตอบกลับว่าไม่ลืม.