สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ยืนยันการได้รับเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,321 ล้านบาท) จากการขายน้ำมันดิบให้กับรัฐบาลวอชิงตัน และกล่าวว่า เธอจะใช้เงินจำนวนนี้ เพื่อพยุงค่าเงินโบลิวาร์ให้มีเสถียรภาพ
ก่อนหน้านี้ ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินที่ใช้กันโดยพฤตินัยในเวเนซุเอลา ซึ่งได้รับการรับรองเมื่อปี 2562 ในยุคประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อรุนแรง อย่างไรก็ตาม การคว่ำบาตรน้ำมันของเวเนซุเอลาโดยสหรัฐที่มีมานาน 6 ปี ทำให้เกิดการขาดแคลนดอลลาร์สหรัฐ และส่งผลให้ค่าเงินสูงขึ้น
The acting president of #venezuela???????? #delcyrodriguez announced to the country the first revenues from #oil sales, of the $500 million, $300 million were received, which will be used to cover and finance the income of Venezuelan workers.#telesur pic.twitter.com/Dmqwj46OBT
— teleSUR English (@telesurenglish) January 20, 2026
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดอลลาร์สหรัฐมีการซื้อขายกันในตลาดมืด ในราคาที่สูงกว่าอัตราทางการถึง 100%
โรดริเกซ กล่าวว่า รายได้จากน้ำมันใหม่จะถูกนำไปใช้ “เพื่อสร้างเสถียรภาพ” ให้กับตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และเธอเสริมว่า การทำเช่นนั้นจะช่วยปกป้องรายได้ และกำลังซื้อของแรงงานในเวเนซุเอลา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สนับสนุนโรดริเกซให้เป็นผู้นำประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่าน ภายใต้เงื่อนไขว่า เธอต้องอนุญาตให้บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐเข้าถึงแหล่งน้ำมันสำรองอันอุดมสมบูรณ์ของเวเนซุเอลา ขณะที่เธอเองก็พยายามเอาใจทรัมป์ แต่ก็ระมัดระวังไม่ให้กลุ่มผู้สนับสนุนมาดูโรในรัฐบาลไม่พอใจ.
เครดิตภาพ : AFP



