การแข่งขันกีฬาอาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 13 วันที่ 21 ม.ค.69 ในช่วงบ่าย ทัพไทย ทำผลงานยอดเยี่ยม ที่น่าสนใจ ในกรีฑาที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ จ.นครราชสีมา
“หญิง” สุนีย์ภรณ์ ถนอมวงค์ ควง ไกด์รันเนอร์ ชัยวัฒน์ ทองจำรูญ คว้าเหรียญทอง วิ่ง 400 เมตร คลาส T11 เวลา 12.78 วินาที จากการแข่งขันที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ โดยหลังแข่ง น้องหญิง ถึงกับร่ำไห้ ด้วยความปลาบปลื้มใจ ส่วน “เจน” เจนจิรา ปัญญาทิพย์ นักกีฬาไทยอีกคน คว้าเหรียญทองแดง ด้วยเวลา 13.45 วินาที

“อุ้ม” ศศิราวรรณ อินทโชติ ลมกรดสาวพาราไทย จากศรีสะเกษ คว้าเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร คลาส T47 ทำสถิติ 25.41 วินาที ทำลายสถิติอาเซียน ที่เคยทำไว้ในอาเซียนพาราเกมส์ครั้งที่ผ่านมาที่ 26.50 วินาที

“แพท” พลาธิป คำทา คว้าเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร คลาส T63 ทำเวลา 25.24 วินาที สร้างประวัติศาสตร์ทำลายสถิติเอเชีย 26.64 วินาที ที่ ยามาโมโตะ อาซึชิ จากญี่ปุ่นทำไว้ ที่ โอซาก้า เมื่อปี 2019 ที่ เวลา 26.64 วินาที

“เจ้ากร” พงศกร แปยอ คว้าเหรียญทอง พร้อมทำลายสถิติวีลแชร์เรซซิ่ง 400 เมตร คลาส T53 ด้วยเวลา 45.78 วินาที หลังแข่ง ลูกสาว “น้องมุกดา” ได้มาหอมแก้มให้กำลังใจคุณพ่อ เป็นภาพประทับใจ

จักริน ดำมุณี นักกรีฑา เหรียญทอง 100 M T13 เวลา 11.09 วินาที

อรวรรณ ฉิมแป้น นักวิ่งพิการทางปัญญา เหรียญทอง 100 M T37 เวลา14.60 วินาที

ธนพนธ์ คงเสาร์ เหรียญทอง พุ่งแหลนชาย พิการทางสมอง F37 สถิติ 40.97 เมตร

วีลแชร์ฟันดาบ เซเบอร์ คลาส B บุคคลหญิง รอบชิงชนะเลิศ ที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ โคราช “แวว” สายสุนีย์ จ๊ะนะ เจ้าของ 3 เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ 2024 ไม่พลาด เอาชนะ ไนเกน นักกีฬาจากอินโดนีเซีย 15-2 คะแนน คว้าเหรียญทองเพิ่มให้ทัพนักกีฬาไทย
ด้าน ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย แสดงความพอใจผลงานของทัพนักกีฬาพาราไทย ระบุว่า ผลการแข่งขันในวันแรกสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของนักกีฬาทีมชาติไทย ทั้งในกลุ่มนักกีฬาหลักและนักกีฬาดาวรุ่งที่ได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายคนสามารถแสดงศักยภาพได้ดีเกินคาด ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการสร้างทีมในระยะยาว

“สิ่งที่น่าพอใจไม่ใช่แค่เรื่องเหรียญรางวัล แต่คือการได้เห็นนักกีฬาหน้าใหม่เพิ่มขึ้น มีแววที่จะพัฒนาไปเป็นกำลังหลักของทีมชาติในอนาคต อาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการปูทางสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า” ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าว
พร้อมกันนี้ยังได้ชื่นชมการทำงานของผู้ฝึกสอนและทีมงานสตาฟฟ์ที่ดูแลนักกีฬาอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้การเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน รวมถึงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ



