นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงแผนธนาคารปี 69 หลังเข้ารับตำแหน่งครบ 1 เดือนว่า ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยให้เติบโตสวนทิศทางตลาดสินเชื่อที่หดตัว 0.5% โดยวางเป้าหมายปี 69 ไว้ที่ 242,989 ล้านบาท เติบโตจากเป้าหมายปี 68 ที่ 241,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้าง 1.96 ล้านล้านบาท และคาดว่าในระยะเวลาอันใกล้ ธอส.จะก้าวขึ้นเป็นสถาบันการเงินที่มีขนาดสินทรัพย์เกิน 2 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ในปีนี้ ธอส. ยังคงเน้นบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อที่อยู่อาศัยของคนไทย โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางสามารถเข้าถึงการมีบ้านเป็นของตนเอง โดยตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท ให้ได้ 125,762 ราย หรือคิด 157,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 65% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด พร้อมควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือหนี้เสียให้อยู่ไม่เกิน 5.11% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
“แม้กลุ่มที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 3 ล้านบาท จะถูกมองว่ามีความเสี่ยง แต่ธนาคารก็ยังปล่อยอยู่เพราะธนาคารต้องการช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยให้เข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งธนาคารจะนำระบบไอที และเอไอมาช่วยวิเคราะห์สินเชื่อ รวมถึงคอยติดตามลูกหนี้อย่างใกล้ชิด”
นายมหัทธนะ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปี69 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ประเมินว่า การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบอาจ ติดลบ 0.5% อย่างไรก็ตาม ธอส. ยืนยันยังสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย โดยจะมุ่งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอายุ 20–40 ปี ซึ่งมีอยู่ราว 15–19 ล้านคน ถือเป็นกลุ่มประชากรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยแม้เศรษฐกิจจะเปราะบาง แต่ความต้องการมีบ้านยังมีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่และผู้จบการศึกษาใหม่ แต่ก็มีความท้าทายคือหนี้ครัวเรือนที่กระทบความสามารถในการกู้
นอกจากนี้ ธนาคารจะเร่งแก้จุดอ่อนในการอนุมัติสินเชื่อช้า ให้อนุมัติให้ไวขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งวางระบบอยู่ ด้านทิศทางดอกเบี้ยเงินกู้ในปีนี้ สำนักวิเคราะห์หลายแห่งคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ซึ่ง ธอส. พร้อมติดตามอย่างใกล้ชิดและพิจารณาปรับตามนโยบายเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของ ธอส. อยู่ที่ 1.54%
ทั้งนี้ ธอส. ยังสามารถระดมเงินฝากได้อย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นในความมั่นคงของธนาคาร โดยปี 69 ตั้งเป้าหมายระดมเงินฝากใหม่ 100,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สำหรับผลงทั้งปี 68 ที่ผ่านมา ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 247,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 241,000 ล้านบาท จากการเร่งปล่อยกู้ในช่วงไตรมาส 4 เพื่อพยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ให้ฟื้นตัว ขณะที่ กำไรสุทธิปี 68 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท ส่วนปี 69 ยอมรับว่ามีแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยขาลงและปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่ธนาคารจะพยายามรักษาความสามารถในการทำกำไร
สำหรับปี 2569 ภายใต้บริบทเศรษฐกิจ ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ปัญหาหนี้ครัวเรือนภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง แต่ ธอส. ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่เป็นกลไกหลักของภาครัฐในการประคับประคอง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์โดยสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัย และเพื่อให้ ธอส.สามารถ
ดำเนินตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้อย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ธอส. พร้อมต่อยอดบทบาทองค์กรสู่ “Beyond Housing Bank” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการปล่อยสินเชื่อเพื่อบ้าน แต่ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน ดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกัน จึงเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น ด้วยดิจิทัล ดาต้า ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการยกระดับการทำงานทุกมิติผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ประกอบด้วย
เสาหลักที่ 1 Immediate-to-Home ทำทันที ให้มีบ้าน ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในกระบวนการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร – ยื่นกู้ – ประเมินราคาหลักทรัพย์ – อนุมัติ – จดจำนอง ได้เร็วขึ้น โดยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บริการลูกค้าแบบ End – to – End ภายใต้แนวคิด Faster Easier Limitless เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด
เสาหลักที่ 2 Smart Growth ผ่าน Asset Quality Management บริหารสินทรัพย์เพื่อให้ ธอส. เติบโตอย่างมีคุณภาพ ช่วยทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้น ด้วยการใช้ Digital, Data Driven & Innovation การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้ตรงจุด ป้องกัน NPL การใช้ระบบ NPA Visualization บริหารจัดการทรัพย์ NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เสาหลักที่ 3 Customer Obsession “เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล” ทำให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแบบ Hyper – Personalization โดยใช้ Big Data และAI วิเคราะห์ตัวตนลูกค้าเพื่อส่งมอบบริการที่ “รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา”สร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า
เสาหลักที่ 4 Digital Transformation เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัย (Modernize) ลดขั้นตอนการทำงาน (Lean Process) นำเทคโนโลยีอัตโนมัติ (Automation) และ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใน ทั้งการตรวจสอบเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อ การประเมินความเสี่ยง การดักจับธุรกรรมที่ผิดปกติและระงับบัญชีได้ทันท่วงที และปลอดภัย (Secure) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
เสาหลักที่ 5 People First ภายใต้แนวคิด Empower People คนเก่ง งานแกร่ง องค์กรยั่งยืน เพิ่มความสุขและศักยภาพพนักงานเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้ลูกค้า มุ่งพัฒนาองค์กรจากภายใน เพื่อเตรียมคนให้พร้อมสำหรับโลกยุคใหม่ ด้วยการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นและเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่ ได้เป็นผู้นำในโครงการต่าง ๆ มากขึ้น
“ทั้ง 5 เสาหลักนี้ คือ G H BANK NEXT : Intelligent Sustainable Housing Companion ที่จะขับเคลื่อนให้ ธอส. สามารถอัดฉีดเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็น “ธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”



