ถ้าพูดเรื่องความขยันนี่ต้องยกให้จีน เพราะถ้ายอดขายไม่ปัง พวกเขาก็พร้อมปรับแบบทันที! ไม่ต้องรอให้แห้งตายคาโชว์รูม! สวัสดีวันหยุด พบกับสารพันสาระยานยนต์ไปกับ “อ้วนซ่า แอบซิ่ง” เหมือนเช่นเคย เรื่องราวของเราในวันนี้คือ การปรับกลยุทธ์ทางการขายที่ว่องไวมากของรถยนต์แบรนด์ “เชอรี่” (Chery) ที่ทำกับรถรุ่น V23 รถไฟฟ้าทรงกล่องที่หล่อเหลาเอาการ แต่มาตกม้าตายเรื่องของระยะทางวิ่งที่สั้นจนทำให้ผู้ซื้อเกิดความลังเล

            สาเหตุที่ทำให้รถไฟฟ้า เชอรี่ V23 มีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จที่ค่อนข้างน้อย นั่นก็เป็นเพราะรูปร่างทรงกล่องที่แม้จะสวยเตะตา แต่มันก็ต้านลมเอามากๆนั่นเอง การปรับกลยุทธ์แก้เกมที่เชอรี่เลือกใช้ก็คือ การเลือกใช้เทคโนโลยี REEV หรือ เรนจ์ เอ็กเทนเดอร์ ที่ใช้เครื่องยนต์มาทำงานเป็นเครื่องปั่นไฟ เพื่อเสริมระยะทางให้วิ่งได้ไกลขึ้น และตั้งชื่อให้มันใหม่ว่า เชอรี่ V25

            ถ้ามองเผินๆก็จะรู้สึกว่ามันดูคล้ายกัน แต่ถ้าพิจารณาดีๆจะเห็นได้ชัดว่ามันมีมิติตัวถังด้านหลังที่ยาวขึ้นอย่างชัดเจน และนอกจากนั้นก็จะมีการปรับตัวถังด้านหลังบริเวณแผงเสา ซี-พิลลาร์ (C-Pillar) ให้ยาวขึ้นและมีการยุบตัวลงไปเป็นจุดที่ทำให้สามารถแยกรุ่น V25 ออกจาก V23 ที่เป็นดีไซน์แผงเรียบได้อย่างชัดเจน

            สำหรับความยาวมิติตัวถังรวมที่เพิ่มมาอีก 416 มม.นั้น นอกจากส่วนของด้านท้ายแล้ว ก็จะเป็นส่วนฐานล้อที่เพิ่มขึ้นอีก 85 มม. จากการยืดพื้นที่ห้องเครื่องด้านหน้าออกไป เนื่องจากระบบ REEV ต้องมีการเพิ่มพื้นที่เพื่อลงเครื่องยนต์นั่นเอง เมื่อรวมเข้ากับการปรับส่วนของตัวถังด้านท้าย ทำให้รถมีความยาวรวม เป็น 4,636 มม. จากเดิม 4,220 มม.

            และในเมื่อมันมีการติดตั้งเครื่องยนต์เข้าไปแล้ว ทำให้มันต้องปรับด้านกระจังหน้าของตัวรถให้กลายเป็นช่องเปิดให้อากาศเข้ามาระบายความร้อนได้ ต่างจากของเดิมที่เป็นแผงเรียบ ส่วนดีไซน์อีกจุดที่ได้ปรับแก้ และอ้วนซ่าก็เห็นด้วย ก็คือการออกแบบมือจับประตูใหม่ให้ล้วงเปิดได้ง่ายขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยรวมๆแล้วมันดูพรีเมียม และยังคงหล่อเหลาเหมือนเดิมแต่มีสัดส่วนที่ยาวขึ้นเล็กน้อย

            ขุมกำลังของเครื่องปั่นไฟนั้นก็เป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 156 แรงม้า ทำการปั่นไฟเพื่อไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่แบบ LFP ขนาด 33.679 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งจะส่งไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ที่ติดตั้งไว้ยังล้อหลัง (และทั้งล้อหน้าและหลังในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ) ซึ่งหากให้วิ่งโดยไม่ติดเครื่องเลยจะทำระยะทางได้ราว 150 กิโลเมตร แต่ถ้าเครื่องปั่นไฟทำงานร่วมด้วยก็จะวิ่งได้ไกลหายห่วงระดับ 1,000 กิโลเมตรได้ค่อนข้างแน่นอน

            แม้จะยังไม่เผยตัวเลขเรื่องพละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ก็เผยออกมาว่า แม้จะมีน้ำหนักตัวกว่า 2.2 ตัน แต่ก็ยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากถึง 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง

            เรียกว่าออกรถออกมาได้ปีเดียวก็พร้อมจะปรับกลยุทธ์เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องที่ผู้บริโภคเลือกที่จะไม่เล่นแล้ว งานนี้ปรับปรุงใหม่แล้ว ใครที่ยังลังเลก็น่าจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ส่วนบ้านเรานั้นจะเอารุ่น V25 มาขายเมื่อไหร่ ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะขอรับ!