นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือกับนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดาปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจสมาพันธรัฐสวิส ว่า ได้หารือถึงกระบวนการเดินหน้าให้สัตยาบันความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (เอฟตา) มีสมาชิก คือ ไอซ์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้ความตกลงมีผลใช้บังคับ และทั้ง 2 ฝ่ายจะได้ประโยชน์จากความตกลงโดยเร็ว หลังจากได้ลงนามความตกลงร่วมกันเมื่อปีที่ผ่านมา
“ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังดำเนินกระบวนการภายในเพื่อให้สัตยาบัน โดยไทย เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว กระทรวงพาณิชย์จะเสนอร่างความตกลง ให้รัฐสภาเห็นชอบ และตั้งเป้าหมายให้สัตยาบัน ไตรมาส 4 ปี 69 ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาดำเนินกระบวนการภายในของสวิตเซอร์แลนด์เช่นกัน และคาดว่าความตกลงจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 ม.ค.70 และนับเป็นเอฟทีเอฉบับแรกของไทยกับภูมิภาคยุโรป”
ทั้งนี้ เมื่อมีผลใช้บังคับแล้ว ไทยและสวิส จะได้ประโยชน์เพิ่มเติม ทั้งด้านการขยายโอกาสส่งออกและลดต้นทุนการนำเข้า โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยจะได้ประโยชน์ เช่น ผักผลไม้สดและแปรรูป ข้าว เนื้อสัตว์ปีกสดและแปรรูป อาหารทะเล อาหารปรุงแต่ง เครื่องดื่ม อาหารสัตว์เลี้ยง อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องนุ่งห่ม เคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
นางศุภจีกล่าวว่า ไทยจะยังได้รับประโยชน์จากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนเอฟตาในสาขาที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศของไทย เช่น การวิจัยและพัฒนา การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีสารสนเทศ การซ่อมบำรุงรักษาชิ้นส่วนอากาศยาน ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือที่จะช่วยพัฒนายกระดับมาตรฐานและขีดความสามารถให้ไทยแข่งขันได้ในเวทีโลก
พร้อมกันนั้น ในระหว่างการหารือ สวิตเซอร์แลนด์ได้เชิญไทยพิจารณาเข้าร่วมกรอบความร่วมมือไม่เป็นทางการของกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน มีเป้าหมายส่งเสริมบทบาทของประเทศขนาดกลาง ในการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนระบบการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศให้เปิดกว้าง โปร่งใส และยืดหยุ่นมากขึ้น ปัจจุบันประเทศที่เข้าร่วมแล้ว อาทิ นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ คอสตาริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คอสตาริกา ชิลี สิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน



