เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. พร้อมด้วย นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการ สปส. นายอำนาจ รจิตกนก ผู้บริหารสำนักงานลงทุน กองทุนประกันสังคม นายกิตติพงษ์ วิภวนาณิชย์ ผู้จัดการกองทุนประกันสังคม ร่วมกันแถลงข่าวการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ภายหลังจากที่กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า ออกมาเปิดเผยเรื่องที่สปส. ซื้อหุ้น TU Dome หรือ ที ยู โดม เรสซิเดนท์เชียล คอมเพล็กซ์ (TU-PF) สัดส่วน 76.75% จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดราคาตามมูลค่าครั้งแรกที่เสนอขายประมาณ 800 ล้านบาท (หน่วยละ 10 บาท) ขณะที่มูลค่าปัจจุบันดูในเว็บ SET เหลือหุ้นละ 1 บาท NAV ที่ประกันสังคมถือตอนนี้ก็เหลือไม่ถึง 100 ล้านบาท และน่าจะได้ปันผลไปไม่เกิน 170 ล้านบาท เป็นอีกครั้งที่เราเพิ่งมารู้ว่าเงินหายไปเยอะขนาดนี้ จากการลงทุนในอดีต จึงเรียกร้องนำประกันสังคมออกนอกระบบราชการ มาบริหารโดยประชาชนทั้งนายจ้างและแรงงานช่วยกันเลือกคนไปบริหาร
น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ตั้งแต่ที่มีการตั้งกองทุนปี 2534 จนถึงปัจจุบัน สรุปข้อมูลไตรมาส 4 วันทันที่ 31 ธ.ค. 2568 มีเงินอยู่ 2.99 ล้านล้านบาท ซึ่งมีที่มาจากเงินสมทบของนายจ้าง ลูกจ้าง ภาครัฐ รวมถึงดอกผลจากการนำไปลงทุนประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท เฉพาะในปี 2568 อย่างไรก็ตามในการลงทุนทุกตัวไม่ใช่ว่าจะมีกำไรทุกตัว ก็อาจจะมีในส่วนที่ขาดทุนบ้าง และส่วนที่กำไร แต่ในภาพรวมเฉพาะปี 2568 เราได้เงินตอบแทนที่รับทราบอยู่ ณ ขณะนี้ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท คิดเป็นประมาณ 6.1% ของพอร์ตนี้ ส่วนของกองทุนเงินทดแทน ที่นายจ้างส่งเข้ามา นับตั้งแต่ตอนแรก จนถึงปัจจุบันมีเงินประมาณ 88,136 ล้านบาท โดยเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายเข้ามา ประมาณ 52,664 ล้านบาท และผลตอบแทนตั้งแต่ที่ทำมาอยู่ที่ 35,472 ล้านบาท ทั้งนี้เฉพาะปี 2568 ได้ผลตอบแทนประมาณ 4,228 ล้านบาท คิดเป็น 5.68% ของพอร์ตการลงทุน
“ทั้งนี้ในการตัดสินใจลงทุนจะมีการพิจารณาผ่านคณะกรรมการการลงทุน คณะอนุกรรมการ บริหารการลงทุนหรือบริหารความเสี่ยง ซึ่งจะมีการคานอำนาจกันระหว่างอนุกรรมการ 2 คณะ นอกจากนี้ยังต้องไปผ่านบอร์ดประกันสังคมที่มีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการไตรภาคี ที่ประกอบไปด้วยนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐ” น.ส.กาญจนา กล่าว

ด้าน นางนิยดา กล่าวว่า การลงทุนต่างๆ จะมียุทธศาสตร์ราย 5 ปี แล้วถอดเป็นแผนรายปี และแผนรายสัปดาห์ ก็จะเห็นสัดส่วนว่าหลักทรัพย์ใดจะเพิ่ม หรือหลักทรัพย์ใดจะลด ซึ่งผลตอบแทน 8 หมื่นกว่าล้านบาท ถือว่าไม่น้อย ช่วงแรกที่เริ่มลงทุน เริ่มจากฝากธนาคาร ซื้อพันธบัตร ถ้าไม่มีการเพิ่มหลักทรัพย์ให้หลากหลาย จะไม่ได้รับผลตอบแทนเยอะขนาดนี้เราจึงพยายามหาหลักทรัพย์ที่พอจะลงทุนได้ ถูกตามระเบียบที่กำหนด โดยตั้งแต่ปี 2548 ก็ต้องชี้แจงว่า สปส. ยังไม่เคยลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มาก่อน แต่ก็ต้องย้ำว่า ถึง ณ ปัจจุบัน กองทุนประกันสังคมก็ไม่เคยซื้อตึกโดยตรง เราลงทุนอสังหาริมทรัพย์ผ่านหน่วยลงทุนทั้งสิ้น ของ TU Dome ก็เช่นกัน สปส. ซื้อในตลาดหุ้น เรียกว่า IPO โดยในปี 2548 นั้น ยังไม่มีกองทรัสต์ ยังคงเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์อยู่ เราประเมินแนวโน้มแล้วว่า หากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เราจะได้รับผลตอบแทนในระยะยาว เพราะเรายังมีภารในการต้องจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนระยะยาวค่อนข้างเยอะ
นางนิยดา กล่าวต่อว่า การลงทุนใน TU Dome นั้นผลประกอบการช่วงแรกๆ ค่อนข้างดี แต่ก็มีเหตุเปลี่ยนแปลงการบริหารเปลี่ยนแปลงผู้บริหารจัดการกองทุนของเขา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเราเองก็ยังได้รับผลตอบแทนจากกองทุนนี้อยู่ ทางผู้บริหารกองทุนเขาก็พยายามอัพเดตเรื่องการจัดการให้เราฟังทุกๆ 2 ไตรมาส และพยายามให้กองมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ ทั้งนี้ กองนี้จะมีทั้งอพาร์ตเมนต์ มีอัตราการเช่าอยู่ที่ 60-70% หอพักนักศึกษาก็มีอัตราเช่า เช่นเดียวกัน และส่วนของพลาซ่า อัตราการเช่าอาจจะยังไม่เยอะเท่า
เมื่อถามว่า เฉพาะการลงทุนใน TU DOME นั้น มีรายได้เข้ามาเท่าไหร่ นางนิยดา กล่าวว่า เรื่องการลงทุนไม่อยากให้ดูเฉพาะรายตัว อยากให้ดูทั้งพอร์ต ซึ่งมีทั้งตัวที่ได้กำไร ตัวที่ขาดทุน หากไปเจาะเฉพาะตั้วที่ขาดทุนก็จะเกิดวิตกกังวล ดังนั้นเมือดูทั้งพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ ถือว่าเรายังได้กำไรอยู่
นายอำนาจ กล่าวว่า กองทุนอสังหาริมทรัพย์นั้น สปส. ลงทุนในประเทศประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ได้รับเงินปันผลประมาณ 1.7-1.9 พันล้าน หรือประมาณ 6% ถือเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจ เพราะเป้าหมายบอร์ด อยากให้ทำรายได้มีผลตอบแทนมากกว่า 5% ในระยะยาว ที่กำหนดที่ 5% เพราะการจะทำให้กองทุนมีความยั่งยืนในระยะยาว มี 3 ปัจจัย คือ 1. เพิ่มการเก็บเงินสมทบ 2. ต้องปรับสิทธิประโยชน์ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจขณะนี้การจะไปเพิ่มเงินสมทบอย่างเดียวเป็นไปได้ยาก จึงมีเครื่องมือเดียวที่สำนักงาน สปส. ทำได้ คือ ข้อ 3 บริหารการลงทุน จากเดิมเราลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพียง 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ และมีแผนเพิ่มสินทรัพย์เสี่ยงทั้งในประเทศ และต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งทำให้ 3 ปีที่ผ่านมา เราได้ผลตอบแทน 7-8 หมื่นล้านบาทนั้นมาจากหุ้นต่างประเทศ ส่วนหุ้นไทย มีการลดสัดส่วนมาตลอด

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นไทย อย่างที่ทราบว่า ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบในเรื่องการเมือง มีการเปลี่ยนล่อยครั้ง นโยบายต่างๆ มีความไม่แน่นอน การลงทุนตราสาร กองทุนอสังหาฯ ก็ต้องยอมรับว่าลดลง แต่วัตถุประสงค์ของกองทุน สปส. ต้องการสินทรัพย์ที่หารายได้ไปจ่ายประโยชน์ทดแทนให้ผู้ประกันตน ซึ่งกองทุนอสังหาฯ ที่ลงทุนก็ได้ผลตอบแทนที่ 5-6% มาโดยตลอด ดังนั้นอาจไม่ใช่เรื่องแปลก เราอยากบริหารทุกตัวให้ได้ผลตอบแทนที่ดี 100% หมด แต่เราต้องกระจายการลงทุนหลายภาคส่วน ซึ่งบางส่วนในบางช่วงก็ดี บางช่วงก็ไม่ดี ทุกอย่างดีคนละส่วน ก็ถือว่าเป็นกลยุทธที่เหมาะสม แต่ที่อยากบอกคือเราได้ผลตอบแทน 5-6% ไม่ใช่ว่าแย่ และยังเป็นเงินสดที่เรารับมาจริงๆ ไม่ใช่ผลตอบแทนจากราคา
เมื่อถามต่อถึงเฉพาะผลตอบแทนของ TU DOME นายอำนาจ กล่าวว่า เรามีการติดตามตลอด ต้องยอมรับว่า ในส่วนของอพาร์ตเมนต์ หอพัก มีการเติบโตดี 80% บวก ลบ แต่ด้วยเรต เป็นหอพักนักศึกษา ราว 3 พันกว่าบาท ส่วนอพาร์ตเมนต์ ราว 6 พันกว่าบาท แต่ต้องยอมรับตามที่เป็นข่าวในส่วนของพลาซ่ามี 3 ชั้น หมื่นตารางเมตร ประมาณ 53% ส่วนชั้น 2 ที่ได้รับจากข่าวนั้น เป็นส่วนที่อย่าเรียกว่าร้างเลย เพราะยังมีคนที่อยู่แถวนั้นเข้าไปเดิน แต่ว่าในส่วนของชั้น 1 และชั้น 3 ก็เต็ม อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารเขาก็พยายามหาคนเข้ามาอยู่ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจก็ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่ชุมชนที่ดีมาก ซึ่งรอบข้างก็ว่างเหมือกัน แต่ด้วยความพยายามของผู้บริหารก็พยายามขาย ส่วนพอร์ตของ TU DOME ก็มีกำไร และปีที่ผ่านมาก็จ่ายปันผลให้เร็ว ปีต่อไปก็จะมีปันผลเข้ามาเรื่อยๆ อาจจะไม่ใช่ร้างตามข่าว แต่อาจจะกำไรน้อยไปหน่อยถ้าเทียบกับโครงการอื่นๆ โครงการนี้อาจจะมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าที่คาดหวัง ส่วนโครงการอื่นๆ สูงกว่าที่คาด เมื่อรวมๆ กันแล้วอยู่ที่ 5-6% ส่วนจะขายออกหรือไม่นั้น ก็ต้องบอกว่าถ้าคิดถึงตัวเลขเงินแรกรับ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่วันนี้ตัวเลขสมมุติ มูลค่าตลาด 100 ล้าน เราได้ปันผลมา 8 ล้าน เราก็ได้มา 8% แล้ว อยู่ที่การตัดสินใจว่าเราจะขายไป 100 ล้าน หรือจะรับปันผลปีละ 8% ถามว่าเราจะเอาเงินที่ไหนไปลงทุนแล้วได้ผลตอบแทน 8% เมื่อถามว่า เมื่อมีการออกมาตีปี๊บเรื่องนี้ จะมีการดำเนินการกลับยังไงหรือไม่ นางนิยดา กล่าวว่า ถ้าทำให้เกิดความเสียหายกับกองทุน ซึ่งเราเป็นเพียงผู้ถือหน่วย จึงอยู่ที่ว่ากองทุน หากเขามองว่าสร้างความเสียหาย เขาก็ดำเนินการทางกฎหมายได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สร้างความแพนิคให้ผู้ประกันตน ต้องย้ำว่าเรายังมั่นคง และสร้างผลตอบแทนเข้ากองทุนได้ 8 ล้านบาท



