งานวิจัยที่น่าสนใจจากวารสาร Nutrition เกี่ยวกับผลกระทบของการเล่นเกมต่อสุขภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง นักศึกษาปริญญาตรีชาวออสเตรเลีย 317 คน
ทีมวิจัยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นกลุ่มความถี่สูง (เล่นมากกว่า 10 ชม./สัปดาห์) และกลุ่มความถี่ต่ำ (เล่นน้อยกว่า 5 ชม./สัปดาห์) พบความแตกต่างที่น่าตกใจดังนี้
กลุ่มเล่นเกมเยอะ – ได้คะแนนคุณภาพอาหารเพียง 45 คะแนน (เทียบกับกลุ่มเล่นเกมน้อยที่ได้ 50 คะแนน)
สาเหตุมักเกิดจากพฤติกรรม “การกินโดยไม่รู้ตัว” (Unconscious eating) ขณะเล่นเกม และการเลือกทานอาหารขยะที่สะดวกมากกว่าการทำอาหารเอง
กลุ่มเล่นเกมเยอะมีค่ากลาง BMI สูงถึง 26.3 (อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกิน) ขณะที่กลุ่มเล่นเกมน้อยอยู่ที่ 22.2 (เกณฑ์ปกติ)
แต่ที่น่าตกใจคือ กลุ่มเล่นเกมเยอะมีอัตราการเป็นโรคอ้วนสูงกว่ากลุ่มเล่นเกมน้อยถึง 5 เท่า!
ด้านคุณภาพการนอนหลับ ทั้งสองกลุ่มมีคุณภาพการนอนไม่ค่อยดี (คะแนน PSQI > 5) แต่กลุ่มเล่นเกมเยอะมีคะแนนแย่กว่า (7 คะแนน)
สาเหตุเพราะสัมผัสแสงสีฟ้า (Blue Light) นานเกินไป และจังหวะการนอนที่ถูกรบกวนจากการเล่นเกมดึก และยังพบความสัมพันธ์เชิงลบ คือ ยิ่งเล่นเกมมาก เวลาในการออกกำลังกายและเคลื่อนไหวร่างกายก็น้อยลงตามไปด้วย

แม้ว่าเกมจะมีข้อดีในการฝึกทักษะการคิด (Cognitive benefits) และช่วยคลายเครียด แต่การใช้เวลามากเกินไป จะไป “เบียดบัง” เวลาของพฤติกรรมสุขภาพ
- ลดเวลาในการทำอาหารที่มีประโยชน์
- ลดเวลาการนอนที่เพียงพอ
- ลดโอกาสในการขยับร่างกาย
ข้อแนะนำเพื่อ “การเล่นเกมอย่างสุขภาพดี”
ผู้วิจัยเสนอให้สถาบันการศึกษาบรรจุหลักสูตร “Healthy Gaming” เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความบันเทิงดิจิทัลกับการดูแลตัวเอง
- จำกัดเวลา: พยายามคุมชั่วโมงเล่นไม่ให้เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- พักสายตาและขยับตัว: ทุกๆ 1 ชม. ควรลุกขึ้นยืดเหยียดร่างกาย
- งดกินหน้าจอ: ฝึกทานอาหารเป็นมื้อและมีสมาธิกับการกิน เพื่อป้องกันการรับพลังงานเกิน
- ปิดหน้าจอก่อนนอน: อย่างน้อย 1 ชม. เพื่อลดผลกระทบจากแสงสีฟ้า
ที่มาและภาพ: Sohu Health (อ้างอิงวารสาร Nutrition) / freepik



