จากกรณีกระแสข่าวที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง กรณีทนายความชื่อดังรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับนักศึกษาสาวอายุ 18 ปี กระทั่งต่อมา ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ “ทนายแก้ว” ออกมายอมรับว่าเป็นบุคคลตามกระแสข่าวดังกล่าว ขณะที่เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ทนายความส่วนตัวของฝ่ายหญิงอายุ 18 ปี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาที่ไม่สามารถยอมความได้ และไม่ใช่การตบทรัพย์แต่อย่างใด ก่อนที่วันนี้ ทนายแก้วจะออกมาแถลงข่าวขอยอมรับผิด แต่ยืนยันว่าไม่ได้ถึงขั้นลวนลาม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดมีหนึ่งในตัวละครที่ถูกพาดพิงโดนโยงว่าเป็นคนกลางเรียกเงิน 10 ล้านบาทจากทนายแก้วให้ผู้เสียหาย คือสาวสวย แจง-แจงจิต ภรรยาของตลกดัง แจ๊ส ชวนชื่น ด้วยงานนี้ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ช่อง 3 ที่มี หนุ่ม กรรชัย และ หมวย อริสรา เป็นพิธีกร ได้ต่อสายแจงในรายการและมีการเล่าว่า

หนุ่ม เล่าวข่าวว่า “แจงมีการเช่าร้านแบ่งครึ่งกับพ่อของน้อง(ผู้เสียหาย) เลยทำให้รู้จักกับน้อง ทางฝั่งแจงก็ได้รับการติดต่อจากพ่อน้อง ติดต่อมา แล้วก็ตัวแจงเองก็ได้มีการประสานไปทางทนายแก้ว ซึ่งทนายแก้วไปคุยกับแจง คือพี่จำไม่ได้ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง ประเด็นหลักคือแล้วมันมีจำนวนเงินหลุดออกมา แล้วก็มีคนกลาง ซึ่งคนคิดว่าแจงไปเรียกเงินเองหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้แจงยืนยันว่าไม่ได้เรียกนะ คนเรียกคือพ่อของน้อง แล้วคนเรียกเขาก็เอาแมสเสจนี้มาบอกกับแก้ว ที่เราฟังกันมา”

หมวย เล่าข่าวว่า “ตอนแรกที่พี่แก้วนึกถึงแจง ติดต่อไลน์ไป โทรไปก็ไม่รับสายเลยนึกถึงแจงขึ้นมาเลยโทรไปหาแจง ตอนแรกแจงบอกไม่อยากยุ่งให้พี่ไปคุยกันเอง ทนายแก้วก็บอกว่าพ่อเขาไม่คุยกับพี่ จากนั้นก็ไปคุยกับพ่อแล้วมาบอกทนายแก้วให้ แล้วข้อความหนึ่งที่ทนายแก้วบอกว่า “ถ้าไม่มี 10 ล้านไม่ต้องมาคุย” คือข้อความที่ทนายแก้วบอกว่าพี่ไม่มีถึงขนาดนั้น ผมมีล้านเดียวได้ไหม พ่อเขาพูดผ่านแจงมา”

แจง ชี้แจงว่า “แจงเมียแจ๊สค่ะ เรื่องของแจงมันเกิดขึ้นครั้งแรกวันแรกที่พ่อผู้เสียหายติดต่อหนู 29 ธันวาคม ทนายแก้วติดต่อหนู 30 ธันวาคม พ่อเล่าเรื่องราวให้ฟังนี่แหละ คนนี้ทำนี่ๆ เขาบอกแจงรู้จัก แจงก็บอกไม่รู้จักใคร หนูก็ยกหูโทร แจงก็ถามคำแรกแจ้งความหรือยัง เขาบอกยังไม่แจ้งความ เขากลัวพี่แก้วมีคนใหญ่คนโตช่วยเหลืออยู่ เราก็บอกว่าถ้ามีอะไรบอกหนูเลยนะ หนูจะคุยให้ หนูเป็นคนกลางให้ไหม พี่คุยกันหรือยัง จากนั้นก็ตัดสายไปไม่คุยต่อ จากนั้นวันที่ 30 ธันวาคม พี่แก้วโทรหาหนูประมาณ 13.00 น. แล้วบอกว่าแจงบอกไม่อยากคุยเพราะรู้เรื่องราวแล้ว คุยสองฝั่งไม่ตรงกัน จะบอกว่าถ้าเกิดเรื่องไม่ตรงกัน ทำไมไม่คุยกัน ต้องคุยกันก่อน จะไปทางไหนก็จัดการกัน เรื่องนี้ไม่อยากยุ่งเพราะเป็นเรื่องเซ้นซิทีฟ พี่แก้วถามว่าทำไมต้องยอมโทรศัพท์ให้พี่แก้ว หนึ่งคือพี่หนุ่ม แจงชอบพี่แก้วตรงที่เดินเข้ามาหาปัญหาและพร้อมสู้ปัญหา เราเป็นคนกลางรู้จักสองฝ่าย เรื่องของหนูจบวันนั้นเลยไม่มีต่อความยาว จากนั้นหนูโทรไป พี่ไปคุยกันไหมคะ บอกมาแบบนี้ๆ พ่อน้องก็บอกว่าโกรธอยู่ โกรธมาก โกรธทุกอย่าง แจงก็เข้าใจ หนูก็ไปบอกพี่แก้วว่า เขาไม่พร้อมคุยนะคะพี่ พี่จะว่ายังไงคะ จะแสดงความรับผิดชอบกันยังไง”

“แจงก็โทรไป ให้เขาบอกว่า ถ้าไม่ตรงตามความต้องการกันก็ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายหนูพูดแบบนี้นะคะ แล้วเขาก็พูดออกมาด้วยจำนวนเงินนั้น จำนวน 10 ล้าน หนูก็กลับไปหาทนายแก้ว พี่เขาเรียกมาประมาณนี้ แต่พี่แก้วอย่าไปถือสาอะไรเขานะคะ เขาอาจจะโกรธหรือโมโหอยู่ เขาโกรธอยู่แล้วก็โกรธจริงๆ พี่แก้วเขาบอกมีแค่ 1 เอ็ม แจ้งเขาหน่อยได้ไหม พ่อน้องก็บอกว่า 1 เอ็มไม่ต้องมาคุยกับผมหรอกครับ ถ้าทำธุรกิจแบบนี้ เขาก็สามารถหาอะไรเองได้ แจงเลยบอกว่า เอาแบบนี้นะคะ ผู้เสียหายมีทนายส่วนตัว มีความน่าเชื่อถือมากกว่าหนู หลังจากนี้หนูไปต่างประเทศ พี่ก็ไปสานต่อกัน ก็เอาตามแบบที่พี่ว่ากัน หลังจากนั้น เรื่อง 5 ล้าน 2.5 ล้านหนูไม่รับรู้ เพราะหนูไม่อยู่บนโต๊ะนั้น หนูเข้ามา ไม่อยากยุ่งอะไรกับใคร หนูเชื่อใจสองฝั่ง เพราะสองฝั่งไว้ใจเรา เล่าให้เราฟังคนเดียว หนูเสียใจคืออะไร”

แจง เล่าต่อว่า “ต่อมาหนูเปิดเฟซบุ๊กของพี่เบ้นซ์ อาปาเช่ เรื่องมันเกิด 26 ธันวาคม คุณได้ตกลงเจรจากันแล้ว แล้วเบ้นซ์ก็ได้พูดแบบที่หนูบอก แล้วทำไมไม่ตัดสินใจอะไรกันเองตอนนั้น เข้ามาบ้านหนูทำไม นี่คือคำถามหนู ก่อนเอาอะไรไปโพสทำไมไม่ขออนุญาติหนูก่อน หนูเป็นแค่ตัวกลางที่พี่ๆเอาปัญหามาเล่าให้หนูฟัง แต่ตอนนี้ปัญหามาที่บ้านหนุ ครอบครัวหนู กลายเป็นแจงเรียกเงิน 10 ล้านให้ คือทุกคนอยากให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่ได้แคร์คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแล้วมาเล่าให้หนูฟังทำไม ตอนนี้หนูรู้สึกว่าเป็นหมากในเกมของใครก็ไม่รู้ หนูเข้าไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ อยากบอกอะไร ไหมก็ไม่กล้ารับโทรศัพท์ใครแล้วค่ะ หนูนั่งจับมือกับแจ๊สเมื่อคืนเพราะหนูเสียใจ ต่อไปนี้ไม่รับโทรศัพท์หรือยุ่งเรื่องใครอีกแล้ว หนูไม่ได้ฟังจากข่าวๆแรก หนูฟังจากนักข่าวหลายๆคนมาก่อนตั้งแต่ข่าวยังไม่ออกเลยค่ะ แจ๊สหลับอยู่ บอกไม่ต้องสนใจ ไม่ใช่เรื่องของเรา เมื่อคืนเขากลับไม่ดึก เขาไปกับหนูค่ะ ขอบคุณค่า”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก jangjit