จากกรณีที่สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปวิดีโอกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายเด็กวิทยาลัยการอาชีพแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ 20 ต่อ 1 โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 69 เวลา 18.56 น. บริเวณหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์หน้าวิทยาลัยการอาชีพดังกล่าว ซึ่งนักศึกษาผู้เสียหายวัย 18 ปี ไม่เคยไปมีเรื่องหรือรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหน้าข้างร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ หน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง ใน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ โดย นายอภิชาติ ตะวันสกุล อายุ 39 ปี เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาเลิกเรียนของวันที่ 21 พ.ค. ขณะที่ผู้บาดเจ็บวัย 18 ปี พาเพื่อนมารับรถจักรยานยนต์ที่นำมาเปลี่ยนยาง ได้มีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุ 7 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามมา ก่อนรุมทำร้ายผู้เสียหายตามคลิป โดยมีการใช้หมวกกันน็อกฟาดที่ศีรษะ ชกต่อย เตะ และใช้ขวดตี ตนจึงรีบเข้าไปห้ามปราม

นายอภิชาติ เล่าต่อว่า จากนั้นตนได้สอบถามน้องผู้บาดเจ็บทราบว่า สาเหตุมาจากการที่กลุ่มก่อเหตุเข้ามาถามว่า เป็นเด็กในเมืองบุรีรัมย์มั้ย และเมื่อผู้บาดเจ็บตอบว่าไม่ใช่ จึงถูกรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม ทั้งนี้ ขอฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้หามาตรการมาป้องกันเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาท
ด้าน นายวิทูรย์ อายุ 46 ปี น้าชายของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตอนนี้อาการหลานยังสาหัส มีอาการผวาตลอดเวลา และไม่กล้าอยู่บ้าน ต้องไปพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ กับแม่แล้ว ตนเห็นคลิปแล้วสงสารหลานมาก ไม่คิดว่าจะทำร้ายกันอย่างโหดร้ายถึงเพียงนี้ เนื่องจากหลานเพิ่งมาเรียนได้แค่ 4 วัน และไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ และหลังจากนี้คงไม่ให้หลานไปเรียนต่อแล้ว

ขณะที่ น.ส.สนิภาพร อายุ 41 ปี ญาติของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า เห็นคลิปแล้วร้องไห้ด้วยความสงสาร เพราะหลานตั้งใจจะมาเรียนที่บ้านเกิดในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเป็นของขวัญให้กับแม่ การกระทำของกลุ่มวัยรุ่นเหมือนบ้านป่าเมืองเถื่อน โดยจากการสอบถามหลานบอกว่า หากอยากจะเรียนต่อที่นี่ จะต้องโดนกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ “เตะหน้าถึง 10 ครั้ง” ถึงจะได้เรียนได้ เหมือนเป็นการรับน้องใหม่

ในส่วนของคดีความ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สตึก ได้เข้าควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้แล้ว 4 คน ประกอบด้วยเยาวชนอายุ 15 ปี จำนวน 2 คน อายุ 16 ปี 1 คน และอายุ 17 ปี จำนวน 1 คน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้ปกครองของเยาวชนทั้ง 4 คน มารับทราบข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ด้วย.



