สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่า เป็นการขยายขอบเขตของ “นโยบายเม็กซิโกซิตี” ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งคิดค้นโดยรัฐบาลพรรครีพับลิกันสมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ซึ่งเป็นการห้ามการให้เงินทุนจากสหรัฐ แก่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่ดำเนินการสนับสนุน หรือส่งเสริมการทำแท้ง

แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันกล่าวว่า นโยบายใหม่จะไม่เพียงปกป้องไม่ให้งบประมาณช่วยเหลือต่างประเทศ ไปอุดหนุนการทำแท้ง ในฐานะวิธีการวางแผนครอบครัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุดมการณ์ทางเพศ และอุดมการณ์ความเท่าเทียมที่เลือกปฏิบัติ หรือโครงการสนับสนุนความหลากหลาย ความเสมอภาค และความครอบคลุม (ดีอีไอ)

การขยายขอบเขตจะครอบคลุมงบประมาณช่วยเหลือต่างประเทศมากกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 933,675 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 248,976 ล้านบาท) ภายใต้นโยบายเดิม

อย่างไรก็ดี ผลกระทบที่แท้จริงยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากทรัมป์ลดความช่วยเหลือต่างประเทศลงอย่างมาก ซึ่งรวมถึงการปิดหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (ยูเอสเอด) ซึ่งเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โจมตีสิทธิของคนข้ามเพศ ทั้งในระหว่างการหาเสียง และในฐานะประธานาธิบดี รวมถึงสั่งห้ามโรงเรียนไม่ให้รับนักกีฬาหญิงข้ามเพศ เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาหญิง และยกเลิกการใช้เครื่องหมาย “X” เพื่อระบุอัตลักษณ์ของบุคคลเพศทางเลือกลงในหนังสือเดินทาง ซึ่งเป็นนโยบายส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ ของรัฐบาลชุดก่อนในยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน.

เครดิตภาพ : AFP