เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่พรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.ภูเก็ต กรณีถือครองหุ้นสื่อ จะกระทบพรรคหรือไม่ ว่า คุณสมบัติข้อหนึ่งของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งสส. คือ การถือหุ้นสื่อ ที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งการตรวจสอบโดยคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรค ได้ตรวจสอบโดยละเอียดเท่าที่จะตรวจสอบได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนบัญชีทรัพย์สิน ยอมรับว่าพรรคกล้าธรรมยังไม่ได้ตรวจละเอียด รวมถึงการให้ผู้สมัครมาแจ้งเรื่องการถือหุ้น ข้อผิดพลาดตรงนี้ถือเป็นบทเรียนให้กับพรรคกล้าธรรม และกับพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย ซึ่งเรื่องการถือหุ้นสื่อ อาจจะมีการถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์สามารถทำกิจการสื่อได้ แต่อาจจะยังไม่ได้ทำก็ได้ ต้องเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันต่อไป อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเป็นสิทธิของผู้สมัครในการยื่นอุทธรณ์

ส่วนกรณีที่กกต. มีมติถอนชื่อนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรค กธ. เหตุเคยต้องคดีทุจริตลักทรัพย์ ซึ่งต่อมานายก้องเกียรติระบุว่าเป็นขบวนการกลั่นแกล้งทางการเมืองนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ต้องดูการต่อสู้ที่หนักหน่วง ผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้งต้องงัดกลยุทธ์เข้ามาต่อสู้เพื่อนำไปสู่ชัยชนะ สำหรับนายก้องเกียรติเป็นแชมป์เก่า ถือว่าเป็นตัวเต็ง ดังนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นหน้าที่ของผู้สมัครเองที่จะต้องนำข้อเท็จจริงไปอุทธรณ์ เพื่อให้รู้ผลว่าเรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่การกลับมาเป็นผู้สมัคร สส. หรือจะตัดสิทธิกันไปเลย เราปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบทำงาน ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้นายก้องเกียรติได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว.