เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการทำ “โพลเดลินิวส์ X มติชน” เลือกตั้งปี 69 สำรวจความคิดเห็นของการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. โดยทำการสำรวจผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดของสื่อเดลินิวส์และเครือมติชนทั่วประเทศ ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 9-15 ม.ค. ที่ผ่านมา สรุปผลโหวตจากจำนวน 28,002 โหวต พบว่า บุคคลที่อยากให้เป็น “นายกรัฐมนตรี” คนต่อไป อันดับ 1 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 35.2%, อันดับ 2 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 32% อันดับ 3 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 5.4 %, อันดับ 4 นายอนุทิน ชาญวีรกูล 4.5%, อันดับ 5 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 3.8 % อันดับ 6 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 3.5 %, อันดับ 7 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ 2.5%, อันดับ 8 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค 2.4% ส่วนยังไม่ตัดสินใจ 2.4% และอื่น ๆ 8.4%

เมื่อถามว่า จะเลือก “สส.บัญชีรายชื่อ” จากพรรคการเมืองใด พบว่า อันดับ 1 เลือก สส.พรรคประชาชน 41.1%, อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 28%, อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย 7.2 %, อันดับ 4 พรรคไทยสร้างไทย 5.3%, อันดับ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ 4.6%, อันดับ 6 พรรคประชาธิปัตย์ 3.8%, อันดับ 7 พรรคโอกาสใหม่ 2.5%, อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ 1.6% ยังไม่ตัดสินใจ 1.7% และอื่น ๆ 4.1% สำหรับปัจจัยที่เลือก สส.ระบบบัญชีรายชื่อนั้น พบว่า อันดับ 1 เลือกเพราะนโยบายพรรค 55.9%, อันดับ 2 เลือกเพราะชื่นชอบแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค 19.4%, อันดับ 3 เลือกเพราะเชื่อมั่นหัวหน้าพรรค 17.3%, อันดับ 4 พึงพอใจคุณสมบัติผู้สมัคร 5.4% และ อื่น ๆ 2%

นอกจากนี้ เมื่อถามว่า จะเลือก “สส.ระบบเขต” จากพรรคการเมืองใด พบว่า อันดับ 1 พรรคประชาชน 37.9%, อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 35.8%, อันดับ 3 พรรคไทยสร้างไทย 5.3%, อันดับ 4 พรรคภูมิใจไทย 4.7%, อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ 3.5% ,อันดับ 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ 2.6%, อันดับ 7 พรรคโอกาสใหม่ 2.5%, อันดับ 8 พรรคเศรษฐกิจ 1.5% ยังไม่ตัดสินใจ 2.6% และอื่นๆ 4% ส่วนปัจจัยที่ทำให้เลือก สส.ระบบเขต พบว่า อันดับ 1 ชอบนโยบายพรรคการเมือง 52.3%, อันดับ 2 พึงพอใจคุณสมบัติผู้สมัคร 17.6%, อันดับ 3 เชื่อมั่นหัวหน้าพรรค 15.4%, อันดับ 4 ชื่นชอบแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค 13% และอื่น ๆ 1.8% เมื่อถามว่า ให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขปัญหาด้านใดมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 นโยบายด้านเศรษฐกิจ 58.4%, อันดับ 2 นโยบายด้านปราบทุจริต สแกมเมอร์ ทุนเทา 31.6%, อันดับ 3 นโยบายด้านความมั่นคง แก้ปัญหาชายแดน 6.6% และอื่น ๆ 3.4%

ขณะที่เมื่อสอบถามว่าจะไป “ลงประชามติ” ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หรือไม่ พบว่า 96.4% ตอบว่าไป และตอบว่าไม่ไป 3.6% เมื่อถามอีกว่าจะเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ พบว่า อันดับ 1 เห็นชอบ 83.2% อันดับ 2 ไม่เห็นชอบ 10.6% และไม่แสดงความคิดเห็น 6.2%

ขณะเดียวกัน ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิเคราะห์ผลโพลเดลินิวส์ X มติชน ว่า หากผลโพลออกมาเป็นเช่นนี้ ก็หมายความว่า พรรคประชาชนยังนำเพื่อไทย แต่ก็สะท้อนว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อไทยก็ยังชิงพื้นที่จากประชาชนได้ เพราะในคะแนนโพลเรื่อง สส.เขต ทั้ง 2 พรรคยังเบียดกันอยู่ ซึ่งตรงกับข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ตนเคยได้รับว่าพรรคประชาชนจะไม่สามารถรักษาพื้นที่กรุงเทพฯ ไว้ได้ทั้ง 32 เขต ส่วนการสะท้อนพื้นที่ภูมิภาคอื่นนั้น เนื่องจากผลโพลนี้สะท้อนภาพคนเมืองที่เป็น Active Citizen ที่อาศัยอยู่ในเมือง จึงสะท้อนได้ว่า พื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เป็นเขตเมืองหรือเขตอุตสาหกรรม เช่น จ.สมุทรปราการ พรรคประชาชนยังมีความอุ่นใจ

“แต่หากเป็นเขตรอบนอกที่บ้านใหญ่ยังมีอิทธิพล ก็ยังเสียวหน่อย ผมเชื่อว่า ในการเลือกตั้งรอบนี้ คนจะพิจารณาผู้สมัคร สส.เขตมากขึ้น ไม่เหมือนครั้งก่อนที่คนจะเลือกทั้งพรรคและตัวผู้สมัคร มีความเป็นไปได้ว่า จากคนที่เลือกประชาชน 2 ใบ รอบนี้อาจจะเลือกใบเดียว ผมคาดการณ์ว่าประชาชนจะได้ สส.บัญชีรายชื่อประมาณ 45 คน ในส่วนจำนวน สส.เขต ของพรรคประชาชน จะลดลงจาก 112 คน เหลือ 90 คน หากบวกกับจำนวน สส.บัญชีรายชื่อ คาดว่าจะได้ สส. รวมกัน 135 คน”

ส่วนภูมิใจไทยหากดูจากผลโพล ดร.สติธร ประเมินว่าจะได้ สส.บัญชีรายชื่อ 18 คน ส่วน สส.เขตนั้น หากประเมินจากพื้นที่ต่างจังหวัด และการที่คะแนนประชาชนตัดกับคะแนนเพื่อไทย คาดว่าภูมิใจไทยจะได้ สส.เขต 140 คน รวมเป็น 158 คน สำหรับเพื่อไทยประเมินว่า จะได้ สส.บัญชีรายชื่อ 22 คน ส่วน สส.เขตนั้น ที่เคยได้ ก็อาจจะยังรักษาไว้ได้อยู่ ซึ่งประเมินว่าเสียให้พรรคคู่แข่งไป 20 คน จึงคาดว่าจะได้ สส.เขต 92 คน รวมแล้วจะได้ สส.ทั้งหมด 114 คน