ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ศิษย์เก่าด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และนโยบาย (Cybersecurity & Policy) มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี และศิษย์เก่าวิทยาการข้อมูล (Data Science & Methodology) มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา โพสต์บทความผ่านเฟซบุ๊ก มิสเตอร์ จิม เรื่อง สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร เนื้อหาระบุว่า
สนามรบที่ 5 เกมเงียบของจีน เขมรถูกบีบ ไทยจะคุมเกม หรือเป็นแค่ผู้ตาม นี่ไม่ใช่ข่าวลือ ไม่ใช่การเมืองดราม่า และไม่ใช่คดีอาชญากรรมธรรมดา สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น คือ เกมความมั่นคงแบบเงียบที่อาชญากรรมข้ามชาติ ถูกใช้เป็น “คันโยก” บนกระดานอำนาจระหว่างประเทศ
จีนกำลัง “ถือไพ่” คดี Chen Zhi (เฉินจื้อ CEO ปรินซ์กรุ๊ปฯ) ไม่ใช่เพื่อแฉใครให้โลกรุมประณาม แต่เพื่อ บังคับให้ระบบต้องขยับจริง ขยับเพื่อความมั่นคงของจีน ขยับเพื่อผลประโยชน์ของรัฐ ขยับเพื่อภาพลักษณ์ในสายตาโลก และขยับเพื่ออำนาจต่อรองกับตะวันตก
ทั้งหมดนี้คือการเล่นเกมแบบ องค์รวม (comprehensive) ที่ไม่ต้องส่งเสียงดังแต่ทำให้คู่เจรจา “จำเป็นต้องขยับ” และในเกมนี้ กัมพูชากำลังถูกบีบ ส่วนไทย… กำลังยืนอยู่หน้าทางเลือกสำคัญ

ไพ่ใบแรก : ซัดทอดที่อาจไม่มีวันเป็นข่าว
ในเชิงรัฐศาสตร์ ต่อให้เฉินจื้อมีข้อมูลซัดทอดจริง จีนก็อาจ ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยต่อสาธารณะในรายละเอียด เพราะการเปิดหน้าอาจทำให้คู่เจรจาเสียหน้าแต่การใช้ข้อมูลหลังฉาก ทำให้ “เกิดผลจริง” ได้มากกว่า นี่คือเหตุผลที่หลายครั้ง คนไทยยังไม่เห็นข่าวใหญ่ แต่เริ่มเห็น การกวาดล้างจริงในพื้นที่
ถ้าจีนเลือกทางนี้ ไทยจะเห็น “ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ” ก่อนจะเห็นพาดหัวข่าว และนี่คือจังหวะสำคัญของไทย จังหวะที่ต้อง เก็บหลักฐาน “เชิงระบบ” ไม่ใช่แค่ข่าวรายวัน
รูปแบบการหลอก เปลี่ยน พฤติกรรมเครือข่าย scammers เปลี่ยนเส้นทางเงิน เปลี่ยนตัวเชื่อมในภูมิภาค ขยายตัวเป็น ผึ้งแตกรัง มีพญาผึ้งเกิดใหม่ ที่ทำงานอิสระมากทวีคูณ ทั้งหมดนี้คือ “ภาษาที่จีนฟังรู้เรื่อง” มากกว่าคำวิจารณ์ทางการเมือง
แต่ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน หากจีนกับกัมพูชาตกลงกันได้เพียงบางส่วน การปราบปรามอาจเลือกทำเฉพาะจุด หรืออาชญากรรมอาจย้ายฐานไปที่อื่น และถ้าไทยพูดไม่ตรงกรอบ หรือสื่อสารแบบอารมณ์นำ เราอาจถูกมองว่า “แทรกเกม” โดยไม่จำเป็น
ไพ่ใบที่สอง : ไทยจะเป็นแค่ผู้รายงาน หรือผู้เล่นที่น่าเชื่อถือ
ประโยคที่ว่า “ไทยควรติดตามและนำเสนอข้อมูลต่อเนื่อง ไม่ให้เกี้ยเซี๊ยะกัน” ฟังดูแรง แต่ในภาษานโยบาย มันหมายถึงสิ่งเดียวคือ ทำให้การปราบปรามต่อเนื่อง ตรวจสอบได้ และไม่สะดุด ไม่ใช่การกล่าวหา แต่คือการลด “แรงเฉื่อยของระบบ” ให้น้อยที่สุด
ไทยควรเป็นประเทศที่จีนเชื่อว่า ถ้าปล่อยให้ปัญหานี้หย่อน จะกระทบคนจีนเอง และกระทบเศรษฐกิจทั้งภูมิภาค แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนฐานข้อมูลที่ “คัดกรองแล้ว” ไม่ใช่ข่าวลือ ไม่ใช่อารมณ์ ไม่ใช่ “ข้อมูลดิบ” ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ
รูปแบบที่ได้ผลที่สุด คือ “ข้อมูลกรอง” สั้น กระชับ แปลเป็นการปฏิบัติได้ ส่งผ่านช่องทางรัฐต่อรัฐอย่างสม่ำเสมอ สถานการณ์ แนวโน้ม รูปแบบหลอกที่ชี้กลับกัมพูชา เส้นทางเงิน และคำขอความร่วมมือที่เฉพาะเจาะจง นี่ไม่ใช่การกดดัน แต่คือการทำให้ “ปล่อยผ่านไม่ได้” !!!
ไพ่ใบที่สาม : โอกาสที่ไทยจะชนะระยะยาว
ต่อให้กัมพูชากวาดล้างจริง อาชญากรรมข้ามชาติไม่หายไป มันแค่ย้ายฐาน หรือ ผึ้งแตกรัง ประเทศที่ต้นทุนต่ำ ระบบหลวม การบังคับใช้กฎหมายไม่ต่อเนื่อง คือเป้าหมายถัดไป
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่เพื่อนบ้านทำอะไร แต่คือ “ไทย” ทำอะไรกับบ้านของตัวเองบ้าง !!! ถ้าไทยสามารถทำให้โลกเห็นว่า เราปราบจริง โปร่งใส และวัดผลได้ ตัวเลขความเสียหายลด แต่วันนี้ มันยังไม่ลด ตรงข้ามกลับ เปลี่ยนแบบแผ่ความชั่วร้ายหนักกว่าเดิม ถ้า “ไทย” ทำได้จริง ความน่าเชื่อถือของรัฐจะกลายเป็น สินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ ในสนามรบที่ 5
War Room ที่บูรณาการจริง การตัดเส้นเลือดของอาชญากรรมทั้งการสื่อสาร การเงิน และการเคลื่อนย้าย การยึดทรัพย์ คืนเงิน และคุ้มครองเหยื่อให้เห็นผล และความร่วมมือกับจีนที่เป็น SOP ไม่ใช่แค่ MOU แผ่นกระดาด้วยภาษาสวย ๆ ทั้งหมดนี้ คือ ไทย ต้องทำให้การหลอกลวงในไทย “ยาก แพง และเสี่ยง” จนไม่คุ้มจะตั้งฐาน
คำถามสุดท้าย ที่คนไทยทุกคนควรถามตัวเอง วันนี้ จีนกำลังเดินเกมเงียบ กัมพูชากำลังถูกบีบ อาชญากรรมกำลังก่อการในที่ใหม่ คำถามไม่ใช่ว่า ใครผิด ใครถูก แต่คือ ประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนบนกระดานเกมนี้ เราจะเป็นประเทศที่รอให้ปัญหาวิ่งเข้าหาแล้วค่อยแก้ปลายเหตุ หรือจะเป็นประเทศที่สร้าง “ระบบ” จนใครก็ไม่อยากใช้ก่อการ หรือ แม้แต่เป็นทางผ่าน
เกมนี้ไม่ได้ตัดสินกันที่ข่าว แต่ตัดสินกันที่ “ระบบที่ทำงานจริง” และวินาทีนี้ประเทศไทยเลือกได้ว่าจะเป็นแค่ผู้ตามเกม หรือเป็นหนึ่งในผู้กำหนดเกมของภูมิภาค



