จากกรณี “สำนักงานประกันสังคม” ที่โลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ที่ถูกตั้งคำถามทั้งการบริหารงาน การนำเงินของผู้ประกันตนไปลงทุน การนำเงินไปทำโครงการต่างๆอีกเป็นจำนวนมากนั้น
-ประกันสังคมมาตรา 33 จ่ายสมทบแพงขึ้น ได้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มบ้าง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. โลกออนไลน์ต่างพูดถึงประเด็นดังกล่าวอย่างมากอีกครั้ง หลัง “พอล ภัทรพล” อินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงิน-การลงทุน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เผยรายละเอียดการตั้งคำถามว่าเนเธอร์แลนด์ทำได้อย่างไรที่ทำให้ระบบประกันสังคม-บำนาญเป็นระบบอันดับ 1 ของโลก โดยการตั้งคำถามกับ ChatGP โดยพอลได้ระบุว่า “ประกันสังคม–บำนาญ “เนเธอร์แลนด์” ระบบอันดับ 1 ของโลก” หลายคนอาจไม่รู้ว่า ประเทศที่ถูกจัดอันดับระบบบำนาญดีที่สุดในโลก คือ เนเธอร์แลนด์ ไม่ใช่เพราะเขารวยที่สุด แต่เพราะเขา บริหารเงินอนาคตของประชาชนได้ดีที่สุด

ผลตอบแทน (ตัวอย่างจริง)
-PFZW หนึ่งในกองทุนบำนาญที่ใหญ่ที่สุด ผลตอบแทนระยะยาวเฉลี่ย ~8% ต่อปี
-กองทุนบำนาญดัตช์โดยรวม ทำได้ประมาณ ~9.5% ในปี 2023 นี่คือผลตอบแทนจาก “กองทุนจริง” ไม่ใช่ตัวเลขในเอกสารประชาสัมพันธ์

Credential & การยอมรับระดับโลก
-อันดับ 1 ของโลก จาก Mercer CFA Institute Global Pension Index 2025
-ได้เกรด A ต่อเนื่องหลายปี
-ถูกใช้เป็น ต้นแบบเชิงนโยบาย
โดยองค์กรระดับโลก เช่น
-OECD
-World Bank
-European Union (กรอบกำกับ IORP II)
การจัดอันดับนี้วัดจาก 3 เรื่องหลัก
-ความเพียงพอหลังเกษียณ (Adequacy)
-ความยั่งยืนของระบบ (Sustainability)
-ธรรมาภิบาลและความโปร่งใส (Integrity)

จุดเด่นของเนเธอร์แลนด์
-ผู้ประกันตนมี “เสียงจริง” ในระบบ
-โครงสร้างลดการแทรกแซงทางการเมือง
-กล้าลงทุนเพื่ออนาคตระยะยาว
-บริหารโดยมืออาชีพมาตรฐานสากล
-โปร่งใส และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้

แล้วประเทศไทยล่ะ? ประกันสังคมไทย (SSF)
-ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลังประมาณ ~2.6–2.7% ต่อปี
-การตัดสินใจยังรวมศูนย์
-ผู้ประกันตนมีเสียงค่อนข้างจำกัด

สิ่งที่ไทยควรเรียนรู้จากเนเธอร์แลนด์
-คืนอำนาจให้คนที่ “จ่ายเงินจริง”
-แยกการเมืองออกจากเงินบำนาญ
-คิดยาว ไม่คิดแค่ปีต่อปี
-ใช้มืออาชีพบริหารเงินประชาชน
-เพิ่มความโปร่งใสให้เข้าใจง่าย

“สรุปสั้น ๆ ระบบประกันสังคมที่ดี ไม่ใช่แค่ “อยู่ได้วันนี้” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า อีก 30 ปี คนรุ่นถัดไปยังเชื่อใจระบบนี้อยู่ไหม”..

ขอบคุณข้อมูลจาก Paul Pattarapon พอล ภัทรพล