สำนักข่าวเดอะคูล ดาวน์ เผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 เกี่ยวกับกรณีศึกษาล่าสุดของมหานครนิวยอร์กแห่งสหรัฐอเมริกาที่กำลังเติบโตเกินกว่าผืนดินของตัวเมืองจะรับน้ำหนักได้ไหว
ผลการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาระบุว่า เมืองหลวงของโลกแห่งนี้กำลังจมลงเพราะ “น้ำหนัก” ของตัวเมืองในขณะที่ระดับน้ำทะเลรอบด้านเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเอิร์ธส์ ฟิวเจอร์พบว่า นิวยอร์กซิตีซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 8 ล้านคน กำลังจมลงด้วยอัตราประมาณ 1 – 2 มิลลิเมตรต่อปี ทอม พาร์สันส์ นักธรณีฟิสิกส์จากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) และหัวหน้าคณะผู้จัดทำผลการศึกษานี้ ให้สัมภาษณ์แก่นิตยสารไทม์ว่า ด้วยจำนวนประชากรและสิ่งก่อสร้างที่มีน้ำหนักมหาศาล ประกอบกับระดับความสูงเฉลี่ยทางตอนใต้ของเกาะแมนแฮตตันที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 1 – 2 เมตรเท่านั้น ทำให้สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสูงและน่ากังวลอย่างมาก
ทีมนักวิจัยได้คำนวณมวลรวมของอาคารทั้งหมดในนิวยอร์กและประเมินแรงกดทับที่กระทำต่อพื้นโลก พร้อมทั้งแสดงหลักฐานจากภาพถ่ายดาวเทียมที่ยืนยันว่าการจมตัวนี้มีสาเหตุมาจากโครงสร้างพื้นฐานของเมือง โดยอาคารในนิวยอร์กมีน้ำหนักรวมกันราว 762,000 ล้านกิโลกกรัม ซึ่งสำนักข่าวเดอะการ์เดียนเปรียบเทียบว่าหนักพอๆ กับช้างแอฟริกาตัวใหญ่จำนวน 140 ล้านตัว

อย่างไรก็ตาม พาร์สันส์ระบุว่าการสร้างตึกใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่ความผิดพลาด เพียงแต่จำต้องตระหนักไว้เสมอว่า ทุกครั้งที่มีการก่อสร้างใหม่ พื้นดินจะถูกกดทับให้จมลงไปมากกว่าเดิม
สิ่งที่น่ากังวลคือ แม้อัตราการจมลงเพียงไม่กี่มิลลิเมตรต่อปีจะดูเหมือนน้อย แต่เมื่อสะสมเป็นระยะเวลานานหลายปีย่อมส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสภาพของเมืองนิวยอร์กที่เป็นเมืองชายฝั่ง มีความเสี่ยงต่อภัยน้ำท่วมและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากสภาวะโลกร้อนอยู่แล้ว
ข้อมูลจากเว็บไซต์ SeaLevelRise.org ระบุว่าระดับน้ำทะเลบริเวณปลายเกาะแมนแฮตตันสูงขึ้นถึง 9 นิ้วแล้วนับตั้งแต่ปี 2493 และต้องใช้งบประมาณกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 125,000 ล้านบาท) เพื่อเตรียมรับมือ
ตอนนี้นิวยอร์กซิตีกำลังเผชิญหน้าภัยคุกคามสามรูปแบบ ได้แก่ แผ่นดินทรุด ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และพายุที่รุนแรง ทำให้นิวยอร์กเสี่ยงต่ออันตรายจากภัยน้ำท่วมมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่า อาจเกิดน้ำท่วมในเมืองบ่อยกว่าเดิมถึง 20 เท่าภายในสิ้นศตวรรษนี้
ก่อนหน้านี้ นิวยอร์กเคยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากพายุเฮอริเคนแซนดีในปี 2555 ที่เคยสร้างความเสียหายอย่างหนักและทำให้มีผู้เสียชีวิต 44 ราย
สถานการณ์ “เมืองจม” นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่เมืองนิวยอร์ก แต่เกิดขึ้นกับเมืองชายฝั่งทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น กรุงจาการ์ตาในอินโดนีเซียก็กำลังเผชิญภัยคุกคามจากภาวะน้ำท่วมขังจนต้องวางแผนย้ายเมืองหลวง
ทีมวิจัยชี้ว่ากรณีศึกษานี้มีเป้าหมายที่จะสร้างความตระหนักรู้ว่า การสร้างอาคารบทพื้นที่ชายฝั่งอาจส่งผลกระทบต่อภัยน้ำท่วมในอนาคต ทีมงานแนะนำว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควรใส่ใจและเลือกก่อสร้างบนพื้นดินที่มั่นคงแข็งแรงมากกว่า
ที่มา : thecooldown.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



