เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่ จ.บุรีรัมย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่ภาคอีสานที่มีการเน้นไปยังพื้นที่ที่ สส.เพื่อไทยย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ว่า สำคัญที่สุดเพื่อเน้นย้ำ วันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพรรคและนโยบายต่างๆ ในการสื่อสารให้ชัดเจนในตัวผู้สมัคร และนโยบายของเราก็เป็นไปตามที่สื่อสาร เป็นการเน้นย้ำเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน
เมื่อถามถึง กรณีพื้นที่ จ.ขอนแก่น และนครราชสีมา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยอย่างดุเดือด นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นการลงพื้นที่และแนะนำผู้สมัครรวมถึงพยายามสื่อสารแนวทางนโยบายให้ชัดเจน ตรงนี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการที่เราจะมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ในภาคอีสาน
เมื่อถามว่า พื้นที่ที่มี สส.ย้ายพรรค เช่น จ.หนองบัวลำภู ขอนแก่น และนครราชสีมา มั่นใจว่าจะรักษาฐานเสียงได้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า มั่นใจ และได้เดินพบปะกับพ่อแม่พี่น้อง ได้ปราศรัย และจำนวนคนที่มาฟังปราศรัยมีจำนวนมาก พอเราพูดถึงนโยบายเขาก็ขานรับ จึงมีประเด็นถามมาว่าเรื่องนี้ได้หรือไม่ เราก็ได้มีการแลกเปลี่ยนกัน ในตัวผู้สมัครก็มีการสื่อสารอย่างชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามถึง ผลสำรวจอีสานโพลล่าสุดที่เพื่อไทยยังตามคู่แข่งอยู่จะสปีดอย่างไรให้ทันก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า นายยศชนัน กล่าวว่า แบ่งเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือ ในโพลของอีสานก็ส่วนหนึ่ง เราก็น้อมรับ ซึ่งทำให้ผู้สมัครไม่ประมาท มีความรู้สึกว่าต้องลงพื้นที่สื่อสารนโยบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเช่นเดิมพอเราประมวลหลายๆ โพลก็มีหลายโพลที่เรานำอยู่ในหลายจังหวัด
เมื่อถามว่า โพลของพรรคเพื่อไทยในแต่ละพื้นที่มีออกมามากน้อยแค่ไหนแล้ว นายยศชนัน กล่าวว่า มีหมดแล้ว และเป็นการประเมินภายใน ว่าวันนี้เราต้องเน้นย้ำตรงไหนเป็นพิเศษ ตรงไหนที่พี่น้องประชาชนยังไม่เข้าใจเรื่องนโยบายทำให้เราสื่อสารกับผู้สมัครได้อย่างตรงจุด ว่าทำอย่างไรเราสามารถทำความเข้าใจเรื่องนโยบาย เนื่องจากครั้งนี้พรรคเพื่อไทยใช้เรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ข้อมูลต่างๆ เรามีการดูเรื่องโพลดูว่าในพื้นที่เป็นอย่างไรบ้าง และต้องการรู้เรื่องไหนเป็นพิเศษ อย่างการสื่อสารผู้สมัครก็ลงพื้นที่ทำการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่นำมาใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่โพลของเพื่อไทยกับโพลหลายสำนักที่ออกมาไม่สอดคล้องกัน นายยศชนัน กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องกลุ่มตัวอย่าง ถ้าเป็นของเราก็เป็นกลุ่มตัวอย่างที่เป็นฐานของเรา ส่วนโพลโดยรวมอาจเป็นการสุ่มตัวอย่างโดยรวม ซึ่งแต่ละคนใช้ความรู้ ความสามารถเต็มที่อย่างถูกหลักวิชาการ ซึ่งเคารพเรื่องนี้ด้วย

เมื่อถามว่า ช่วงโค้งสุดท้ายจะมีการปรับกลยุทธ์การหาเสียงหรือจะเปิดนโยบายใหม่ๆ ออกมาหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า อย่างแรกเป็นการลงพื้นที่ อย่างที่สองเป็นเรื่องของการสื่อสาร นโยบายไหนจะทำภายในกี่เดือน จะทำให้ประชาชนเห็นว่าเราทำได้เมื่อไหร่ จะเป็นส่วนท้ายที่เราพยายามสื่อสาร
เมื่อถามถึง นโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ดูเหมือนว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จนประชาชนเกิดความลังเลที่จะลงคะแนน นายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและทีมผู้บริหารมีการแถลงข่าวเรียบร้อย ข้อมูลชัดเจนว่า ครั้งนี้เราต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทั้งระบบ เราพูดถึงหลายนโยบายของเรา แต่ที่มาที่ไปในสิ่งที่จะทำได้หลักๆ ก็คือเรื่องงบประมาณ ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ และอย่างที่สองเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เรานำเสนอชัดเจนกับรัฐบาลดิจิทัล จำเป็นต้องใช้ข้อมูล ซึ่งจะต้องให้ข้อมูลอย่างเต็มใจ ตรงนี้ทำให้เรามีแนวทางผลักดันนโยบายต่างๆ ซึ่งเชื่อมโยงกัน
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ฉะนั้น อยากให้สื่อสารในเชิงที่ว่าเราตั้งเป้าที่จะมีรายได้สูง ซึ่งการเป็นประเทศที่มีรายได้สูงต้องใช้งบประมาณในการทำ เรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน มีที่มาของงบประมาณที่ชัดเจน และที่มาของข้อมูลใส่ในรัฐบาลดิจิทัล จึงทำในรูปแบบครบวงจร
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีนักร้องไปยื่นเรื่องร้องเอาผิดกับนโยบายดังกล่าว นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นสิทธิของทุกคน ซึ่งหากมีการยื่นร้อง ก็ต้องดูของทุกพรรค เรื่องนี้เน้นย้ำว่า เรามีแนวทางของเราชัดเจน อยากจะขอความเป็นธรรมกับพี่น้องว่า หากเรื่องนี้เราคิดอย่างรอบคอบ พี่น้องอาจมองว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเราพยายามผลักดันทั้งระบบ พยายามเรื่องรัฐบาลดิจิทัลให้สำเร็จ นี่คือหนึ่งในกลไกให้ทุกคนเข้าสู่ระบบอย่างเต็มใจ

เมื่อถามว่า โครงสร้างเศรษฐกิจของบราซิลและไต้หวันแตกต่างกับไทยแน่นอน ตรงนี้เตรียมแผนกรณีที่พลาดเป้าหรือประสบความสำเร็จไว้บ้างหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นแนวทางที่เราเห็น ซึ่งแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ก็มีการทำวิจัยภายใน สิ่งนี้เองจะทำให้มีเศรษฐกิจนอกระบบเข้ามา ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ประมาณ 10% แต่หากเยอะกว่าก็จะมีรายได้เพิ่มเติมเข้ามา ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนจะแบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องดูแล
เมื่อถามว่า วันนี้บุกถึงถิ่นสีน้ำเงินมองว่าเพื่อไทยจะสามารถเจาะได้ 1-2 เขตหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีใครมีถิ่น เพราะนี่คือผืนแผ่นดินไทย และการเลือกตั้งทุกคนมีสิทธิ มีเสียงเท่าเทียมกัน ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามสื่อสารนโยบายกับพี่น้องประชาชน ซึ่งวันที่ 28 ม.ค. ตนจะลงพื้นที่หาเสียงภาคใต้ เราไม่ได้รู้สึกว่าใครเป็นคนของใคร แต่เรามีความรู้สึกว่าทุกคนคือคนไทย มีสิทธิรับฟังนโยบายของทุกพรรค
เมื่อถามว่า เจ้าของพื้นที่ค่อนข้างแข็ง มองว่านโยบายและผู้สมัครจะสามารถพิชิตใจเปลี่ยนให้มาเลือกพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า คนไทยให้โอกาสกันเสมอ และตนคิดว่าเขาดูเรื่องนโยบายและปัจจุบันต้องยอมรับว่าหลายสิ่งเกิดขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบในการสื่อสารเรื่องนี้ ทำให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง และพี่น้องประชาชนดูอยู่ เรื่องของการแก้หนี้ทั้งระบบก็มีการขานรับ อย่างเรื่องประกันกำไร 30% ก็มีการสื่อสารกับเกษตรกรก็ขานรับเป็นอย่างดี หรือนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่พี่น้องก็อยากได้เหมือนกัน

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่านโยบายเศรษฐกิจวันละ 9 ล้าน จะไม่ถูกล้มเหมือนนโยบายเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต นายยศชนัน กล่าวว่า เราได้ศึกษามาอย่างดี มีความมั่นใจว่าสามารถสื่อสารเรื่องนี้และฝ่าฟันไปได้



