เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 26 ม.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ชั้น 1 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงกรณีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือแจ้งกลับมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมในคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.

ภายหลังจากช่วงเดือนธันวาคม 2568 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งประกอบด้วยพนักงานสอบสวนดีเอสไอและพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน ได้ร่วมกันมีมติลงความเห็นทางคดี สั่งฟ้องแจ้งข้อกล่าวหาความผิดทางอาญาฐานอั้งยี่และฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อผู้ต้องหาจำนวน 8 ราย และได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีพิเศษดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดในสำนวนทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม พนักงานอัยการคดีพิเศษเห็นว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุมต่อการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย จึงมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ได้รับรายงานว่าพนักงานอัยการได้ส่งสำนวนกลับมาให้ดีเอสไอดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม โดยประเด็นหลักคือ อัยการเห็นว่าความผิดหลักยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกทั้งต้องการให้นำสำนวนของ กกต. มาประกอบการพิจารณาด้วย

ทั้งนี้ ดีเอสไอได้มีหนังสือแจ้งไปยัง กกต. เพื่อขอรายละเอียดแล้ว แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลกลับมา จึงจำเป็นต้องนัดประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวนก่อน จึงยังไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ในขณะนี้

เมื่อถามว่า คำแนะนำของพนักงานอัยการคดีพิเศษเป็นเพียงการให้สอบปากคำเพิ่มเติม โดยไม่ได้ให้แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลใดเพิ่มเติมใช่หรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันว่าเป็นไปตามนั้น โดยอัยการไม่ได้สั่งให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่บุคคลใด เพียงแต่เห็นว่าความผิดหลักยังต้องรอการพิจารณาจาก กกต. เนื่องจากเป็นทั้งประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง จึงต้องประชุมร่วมกันให้ชัดเจนก่อน

ต่อข้อถามถึงกรณีที่ กกต. ระบุว่าดีเอสไอส่งเรื่องผิดช่องทาง ในการส่งพยานหลักฐานให้ กกต. พิจารณาตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยอ้างว่าไม่เป็นไปตามมาตรา 24 อธิบดีดีเอสไอ ชี้แจงว่า ในทุกประเด็นจะขอหารือกับพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวนให้เรียบร้อยก่อน

เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลาในการสอบปากคำเพิ่มเติม ภายหลังอัยการคดีพิเศษตีกลับสำนวน อธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า จะต้องประชุมร่วมกับอัยการก่อน โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด

ต่อข้อถามว่า ดีเอสไอได้ดำเนินคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ก่อนที่คดีมูลฐานจะปรากฏหรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ ชี้แจงว่า ความผิดมูลฐานมีการเกิดขึ้นหรือเชื่อได้ว่าเกิดขึ้นแล้วตามกฎหมาย จึงสามารถดำเนินคดีความผิดฟอกเงินได้ เพียงแต่อัยการต้องการให้ กกต. พิจารณาในประเด็นดังกล่าวก่อน เพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เมื่อถามอีกว่า หมายความว่าดีเอสไอจำเป็นต้องรอผลการพิจารณาของ กกต. ใช่หรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ ย้ำว่า ต้องประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวนให้เสร็จสิ้นก่อน

และเมื่อถามว่าจะใช้เวลานานหรือไม่ เนื่องจาก สว.67 ได้ดำรงตำแหน่งมาแล้วระยะหนึ่ง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวปิดท้ายว่า การสอบสวนต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม เพื่อให้เกิดความยุติธรรม โดยระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับเหตุและผลในแต่ละประเด็น