ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปัญหาสถานการณ์การนำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองในประเทศ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถนำเข้าโดยใช้สิทธิพิเศษทางภาษี 0% ตามระเบียบองค์การการค้าโลกได้เหมือนปกติ เนื่องจาก ครม.รักษาการ ไม่สามารถพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้ และต้องรอ ครม. ชุดใหม่ จนทำให้เกิดความวุ่นวายแก่อุตสาหกรรมถั่วเหลือง และผู้เกี่ยวข้องอย่างมาก ซึ่งสุ่มเสี่ยงทำให้สต็อกถั่วเหลืองในประเทศ และวัตถุดิบขาดแคลน รวมถึงทำให้ต้นทุนการผลิตน้ำมันพืชสูงขึ้น จนมีผลต่อราคาน้ำมันพืช และกระทบไปถึงผู้ใช้ถั่วเหลือง ผู้ผลิตน้ำมันพืช ผู้ผลิตอาหารสัตว์ และผู้บริโภคนั้น
ล่าสุด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในฐานะเลขาฯ คณะกรรมการนโยบายพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ได้เตรียมเสนอ ครม.วันที่ 27 ม.ค.นี้ เพื่อพิจารณาผ่อนผันการนำเข้าเมล็ดถั่วเหลือง เพื่อได้รับสิทธิภาษี 0% ตามระเบียบองค์การการค้าโลก 3-5 เดือน บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการที่นำเข้าถั่วเหลืองเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำได้หลังหารือกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว โดยจะไม่เป็นภาระผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป
ส่วนการพิจารณานโยบายการบริหารนำเข้าสินค้าเมล็ดถั่วเหลืองปี 69-71 ซึ่งจะเปิดให้นำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองระยะ 3 ปี ภาษี 0% แบบไม่จำกัดปริมาณตามโควตาองค์การการค้าโลกนั้น จะต้องรอรัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณา สำหรับขั้นตอนต่อไป หากครม.พิจารณาผ่อนผัน เปิดนำเข้าเมล็ดถั่วเหลือง ภาษี 0% เป็นการชั่วคราวแล้ว กรมการค้าต่างประเทศ จะออกประกาศนำเข้า ขณะที่กระทรวงการคลัง ต้องออกประกาศปรับลดภาษีเหลือ 0% ต่อไป
ด้านนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมฯ ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการผู้ใช้ถั่วเหลืองในประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าว ซึ่ง กรมศุลฯ พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติพิธีการศุลกากร เพื่อลดภาระต้นทุนการนำเข้าตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีผู้นำเข้าเมล็ดถั่วเหลือง สั่งสินค้าเข้ามาล่วงหน้า แต่ไม่สามารถนำเข้ามาได้และต้องลอยลำเรือรออยู่กว่า 2 แสนตัน ทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งต่อวันสูงมาก
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า สถานการณ์ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการสั่งซื้อเมล็ดถั่วเหลืองล่วงหน้า และส่งทางเรือมาเพื่อเตรียมใช้ในการผลิตน้ำมันพืช ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองตามกระบวนปกติ แต่ไม่สามารถนำเข้าถั่วเหลืองมาได้ เนื่องจากนโยบายการบริหารนำเข้าสินค้าเมล็ดถั่วเหลืองปี 68 สิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.68 และยังไม่มีการต่ออายุเพิ่มเติม ทำให้มีถั่วเหลืองตกค้าง ลอยลำเรือค้างไว้อยู่จำนวนมาก เพราะหากนำเข้ามาตอนนี้ต้องจ่ายภาษีสูงถึง 20% แต่ก็ต้องแลกกับการเสียค่าปรับแก่ผู้ขนส่งสายเดินเรือวันละเกือบล้านบาทแทน
ทั้งนี้ สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น มาจากการบริหารงานที่ล่าช้าของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพืชน้ำมันฯ ขึ้นมาได้อย่างทันท่วงที แม้จะมีการท้วงติงจากภาคเอกชนโดยตลอด ซึ่งกว่าจะแต่งตั้งคณะกรรมการพืชน้ำมันฯได้เสร็จ ต้องรอถึงต้นเดือนธ.ค.68 แต่จากนั้นไม่นานก็มีการยุบสภา จนไม่สามารถเสนอพิจารณาต่ออายุการนำเข้าถั่วเหลือง 0% ได้ทันตามกำหนด



