เจาะลึก “ขุมทรัพย์” ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง “กองทุนประกันสังคม” ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2569 นี้ มีประเด็นที่น่าสนใจและต้องจับตามอง
ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมไม่ได้เป็นเพียงแค่ “ถุงเงิน” สำรอง แต่กำลังอยู่ในช่วง “การปฏิรูปพอร์ตลงทุนครั้งใหญ่” เพื่อสู้กับภาวะสังคมสูงวัย (Aging Society) ที่กำลังไล่ล่าความยั่งยืนของกองทุนอย่างกระชั้นชิด
- สรุปสถานะพอร์ตการลงทุน : พอร์ตประกันสังคมขยับขึ้นมาแตะระดับ 2.9 ล้านล้านบาท
- ผลตอบแทนปี 2568 : ทำได้สูงถึง 6.1% คิดเป็นกำไรที่รับรู้แล้วกว่า 80,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่เคยอยู่เพียง 2-3%
- โครงสร้างพอร์ตปัจจุบัน : หลักทรัพย์ความมั่นคงสูง 69% และหลักทรัพย์เสี่ยง 31%
- การกระจายความเสี่ยง : สัดส่วนการลงทุนต่างประเทศขยับขึ้นมาอยู่ที่ 39.5% ขณะที่ในประเทศอยู่ที่ 60.5%
วิเคราะห์ 3 ประเด็น “จุดเปลี่ยน” สำคัญ
1.การปรับกลยุทธ์เชิงรุก (SAA Phase 2)
- บอร์ดประกันสังคมกำลังพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุน (Strategic Asset Allocation) เข้าสู่ “สูตร 50:50” ในปี 2570 ซึ่งหมายความว่าเงินของพนักงานออฟฟิศจะไปอยู่ใน สินทรัพย์เสี่ยง มากขึ้นครึ่งหนึ่งของพอร์ต เพื่อเป้าหมายผลตอบแทนที่สูงขึ้น
2.การเพิ่มเพดานเงินสมทบ
- ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา มีการปรับฐานค่าจ้างสูงสุดจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท (ส่งผลให้เงินสมทบสูงสุดเพิ่มเป็น 875 บาท จากสูงสุด 750 บาทต่อเดือน)
3.บทเรียนจากความโปร่งใส
- การที่สังคมตั้งคำถามกับการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์บางตัว ทำให้ SSO ต้องปรับกระบวนการเปิดเผยข้อมูล (Transparency) มากขึ้น ปัจจุบันมีการชี้แจงรายชื่อหุ้นและกองทุนที่ลงทุนอย่างละเอียดกว่าแต่ก่อน เพื่อลดข้อครหาเรื่องการลงทุนที่เอื้อประโยชน์หรือมีความเสี่ยงผิดปกติ
“เปิดพอร์ต” เจาะลึกหุ้นไทยที่สำนักงานประกันสังคม (SSO) ถือครอง ข้อมูล ณ วันที่ 26 ม.ค. 2569 เรียกว่าทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดหุ้นไทย โดยมีมูลค่าการถือครองหุ้นไทยรวมกว่า 2.23 แสนล้านบาท กระจายตัวอยู่ใน 85 หลักทรัพย์
10 หุ้นไทย ‘ประกันสังคม’ ทุ่มเงินลงทุนมากที่สุด
- PTT : บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จำนวน 523,702,480 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.83% ราคา 33.50 บาท มูลค่า 17,544 ล้านบาท
- ADVANC : บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จำนวน 44,936,600 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.51% ราคา 347 บาท มูลค่า 15,593 ล้านบาท
- KBANK : ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 78,434,100 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.31% ราคา 190 บาท มูลค่า 14,902 ล้านบาท
- SCB : บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 107,760,900 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.20% ราคา 135 บาท มูลค่า 14,547 ล้านบาท
- SCC : บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 66,431,450 ล้านหุ้น สัดส่วน 5.54% ราคา 215 บาท มูลค่า 14,282 ล้านบาท
- BBL : ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จำนวน 82,148,040 ล้านหุ้น สัดส่วน 4.30% ราคา 158 บาท มูลค่า 12,979 ล้านบาท
- CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 283,316,600 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.1% ราคา 42.75 บาท มูลค่า 12,111 ล้านบาท
- BDMS : บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) จำนวน 563,169,640 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.54% ราคา 20.20 บาท มูลค่า 11,376 ล้านบาท
- AOT : บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 195,775,520 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.37% ราคา 51.25 บาท มูลค่า 10,033 ล้านบาท
- CPN : บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จำนวน 121,731,500 ล้านหุ้น สัดส่วน 2.71% ราคา 57.75 บาท มูลค่า 7,029 ล้านบาท
ความท้าทายที่ต้อง “เฝ้าระวัง”
แม้ปี 2568 ผลตอบแทนจะดูดี 6.1% แต่ความเสี่ยงที่น่ากังวลคือ “ความยั่งยืนระยะยาว” เพราะจำนวนผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้นเร็วกว่าจำนวนแรงงานใหม่ที่เข้าระบบ และการขยายพอร์ตไปต่างประเทศเกือบ 40% ทำให้กองทุนต้องเผชิญกับความผันผวนของค่าเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 26 ม.ค. 2569



