สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ (สสจ.บุรีรัมย์) โพสต์เฟซบุ๊ก เผยอาการนักวิ่ง 3 คนจากงาน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026” เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 ม.ค. 69 ที่มีภาวะหยุดหายใจ (cardiac arrest) ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจึงได้ทำการปั๊มหัวใจ (CPR) และนำตัวส่งเข้ารักษาต่อ ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ อย่างรวดเร็วนั้น
จากการที่ นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในสังกัด เยี่ยมให้กำลังใจ เมื่อ 25 ม.ค. 69 ผลการรักษา พบว่าผู้ป่วยทั้ง 3 ราย ปลอดภัยดี ซึ่ง สสจ.บุรีรัมย์ ระบุว่า ผู้ป่วยชื่นชมทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และทีมสนับสนุน ได้เตรียมความพร้อมของทีมเป็นอย่างดี โดยเข้าหาและให้การดูแลผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว พร้อมขอบคุณคณะผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในสังกัด สสจ.บุรีรัมย์ ที่ให้บริการดูแลรักษาและเอาใจใส่เป็นอย่างดี พร้อมบอกว่าปีหน้าจะมาร่วมวิ่งอีกครั้ง

ด้าน “หมอแอร์” นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา นักวิ่ง นักไตรกีฬาและอายุรแพทย์โรคหัวใจ ผู้ชำนาญการด้าน Sports Cardiology โพสต์เฟซบุ๊ก Akanis Srisukwattana กรณีนักวิ่งหัวใจหยุดเต้น 3 ราย ในงานแข่งวันเดียว เป็นข่าวดีที่ทีมแพทย์สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ สะท้อนระบบแพทย์ฉุกเฉินและงานวิ่งในไทยที่พัฒนาไปไกล แต่ก็ชี้ว่า เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ เพราะปกติแล้ว ภาวะหัวใจหยุดเต้นขณะแข่งกีฬาอยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 80,000-100,000 คน ในประชากรทั่วไป และอาจเพิ่มเป็นประมาณ 1 ต่อ 50,000 คน ในกลุ่มอายุที่มากขึ้น แต่การที่ผู้ป่วย 3 รายในงานวิ่งเดียว สัดส่วนความเสี่ยงสูงถึงระดับประมาณ 1 ต่อ 10,000 คน ซึ่งถือว่าสูงกว่าปกติหลายเท่า

หมอนักกีฬา ระบุด้วยว่า โดยทั่วไป ภาวะหัวใจหยุดเต้นขณะออกกำลังกายมักเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิสูง, ความชื้นสูง, มลพิษทางอากาศ เช่น PM2.5 ซึ่งเพิ่มภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ง่ายขึ้น
ข้อ 2.ปัจจัยด้านสุขภาพของนักวิ่ง (ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญกว่า) การไปร่วมแข่งกีฬา ไม่ว่าวิ่งช้าหรือเร็ว ร่างกายจะถูกกระตุ้นเข้าสู่ระดับความเครียดทางสรีระวิทยาที่สูงขึ้น ถือว่าออกกำลังกายหนักแบบนักกีฬา จึงควรได้รับการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า
ทั้งนี้ ข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่า กลุ่มที่เสียชีวิตจากการออกกำลังกายมากที่สุดคือชายอายุ 40 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงสูงกว่าเพศหญิงประมาณ 3 เท่า และสาเหตุหลัก เกิน 85% คือ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” ภัยเงียบที่นักวิ่งมองไม่เห็น คือ ไขมันในเลือดสูง ที่มักไม่มีอาการ แต่อาจมีคราบไขมันสะสมอยู่ในหลอดเลือดหัวใจโดยไม่รู้ตัว เมื่อออกกำลังกายหนัก คราบไขมันอาจแตกหรือหลุดทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หากอุดตันในเส้นเลือดขนาดเล็ก การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการส่งต่อเพื่อทำบอลลูนหลอดเลือดอาจช่วยชีวิตได้ แต่หากเป็นการอุดตันในเส้นเลือดหลัก โอกาสรอดชีวิตจะลดลงอย่างมาก ปั๊มหัวใจไม่ขึ้นเลย
หมอแอร์ ยังแนะนำการตรวจคัดกรองก่อนแข่งกีฬา รับผิดชอบชีวิตตัวเอง สำหรับนักวิ่งอายุ 35-40 ปี โดยเฉพาะผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง โรคประจำตัว หรือความเสี่ยงปานกลางขึ้นไปต่อโรคหัวใจ
นพ.อกนิษฐ์ ยังชี้ว่า ความเสี่ยงที่อันตรายที่สุด คือการวิ่ง โดยไม่รู้ว่าหัวใจของตัวเองพร้อมหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงแข่งขัน บุรีรัมย์ มาราธอน นั้น อุณหภูมิถือว่ากำลังเย็นสบาย ราวๆ 20 องศาเซลเซียส ขณะที่ PM2.5 นั้น อยู่ที่ระดับปานกลาง.



