เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสลดริมชายฝั่งจังหวัดสตูล เมื่อพบวาฬเพศเมียขนาดใหญ่ความยาวกว่า 5 เมตร หลงเข้ามาในเขตชุมชนประมงบ้านปูยู แม้ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นจะพยายามผลักดันลงน้ำลึกถึง 3 ครั้ง แต่สุดท้ายวาฬทนพิษบาดแผลไม่ไหว ตายก่อนเจ้าหน้าที่ถึงพื้นที่

นายธีระพงษ์ คุ่มเคี่ยม นายอำเภอเมืองสตูล พร้อมด้วย นายอิรฟาน ยาดำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตําบลปูยู และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีชาวบ้านพบวาฬขนาดใหญ่ว่ายเข้ามาติดบริเวณจุดจอดเรือของชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 3 ตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ (26 ม.ค.)

จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า วาฬตัวดังกล่าวมีท่าทีอ่อนแรงและพยายามว่ายวนอยู่ในเขตน้ำตื้น ชาวบ้านและผู้นำชุมชนได้พยายามช่วยกันต้อนให้ออกไปยังบริเวณลำคลองที่เป็นน้ำลึกถึง 3 รอบ แต่วาฬลำตัวยาวกว่า 5 เมตรตัวนี้กลับว่ายย้อนกลับมาที่เดิมทุกครั้ง เนื่องจากสภาพร่างกายที่อ่อนแอทำให้เสียการทรงตัว จนลำตัวไปฟาดกับตอไม้และจุดจอดเรือจนเกิดบาดแผลเพิ่มเติม กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ชาวบ้านพบว่าวาฬได้นิ่งไปและตายในที่สุด ก่อนที่กระแสน้ำจะพัดซากหายไปในช่วงกลางคืน และมาพบซากอีกครั้งในช่วงบ่ายวันนี้บริเวณลำคลองกลางป่าชายเลน

ด้านทีมแพทย์จากจังหวัดตรัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งทำการผ่าชันสูตรซากวาฬทันทีบนฝั่ง โดยมีข้อมูลเบื้องต้นลักษณะทางกายภาพ วาฬปากยาว (ยังไม่ระบุสายพันธุ์แน่ชัด) เพศเมีย อายุโดยประมาณ 2 ปี น้ำหนักประมาณ 1 ตัน ใช้กำลังคนกว่า 20 คนในการเคลื่อนย้าย ร่องรอยบาดแผลพบแผลฉกรรจ์บริเวณส่วนหลัง ซึ่งคาดว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้วาฬล้มป่วยหรือพลัดหลงก่อนจะเข้ามาในหมู่บ้าน

ผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ต่างยอมรับว่า “ไม่เคยเห็นวาฬชนิดนี้ในพื้นที่มาก่อนในรอบหลายสิบปี” ส่วนใหญ่จะพบเพียงฉลามหรือโลมาขนาดเล็กเท่านั้น สร้างความสลดใจให้กับชาวบ้านที่พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ขณะเจ้าหน้าที่กำลังเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและตรวจสอบขยะในกระเพาะอาหาร เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดว่าเกิดจากอาการป่วยตามธรรมชาติ อุบัติเหตุจากการประมง หรือผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมทางทะเล เนื่องจากเป็นสัตว์คุ้มครอง



