สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ว่า ศูนย์บัญชาการภูมิภาคกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ตะวันออกกลาง ออกแถลงการณ์ว่า จะมีการจัดการ “ซ้อมรบครั้งใหญ่ทางอากาศ” เพื่อเป็นการ “แสดงให้ทุกฝ่ายประจักษ์ถึงขีดความสามารถในการวางกำลัง การกระจายกำลัง และการคงไว้ซึ่งอำนาจการรบทางอากาศทั่วตะวันออกกลาง” อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผย เกี่ยวกับวันที่หรือสถานที่แน่ชัดในการฝึกซ้อม


การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้น หลังมีการยืนยันว่า “กองเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดมหึมา” ของสหรัฐ นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารของอเมริกาในภูมิภาคนี้อย่างมีนัยสำคัญ


ขณะที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน กล่าวว่า การข่มขู่ของสหรัฐมุ่งเป้าไปที่การทำลายความมั่นคงของภูมิภาคตะวันออกกลาง และไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดเลยนอกจากความไม่สงบ


ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ประกาศเตือนว่า หากประเทศแห่งใดก็ตามยอมให้สหรัฐใช้ดินแดน น่านฟ้า หรือน่านน้ำเพื่อโจมตีอิหร่าน ถือว่าประเทศเหล่านั้น “คือศัตรู” ซึ่งซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กาตาร์ และโอมาน ยืนยันแล้วว่า จะไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพที่มีอยู่ในประเทศ เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน


ด้านเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานเพิ่มเติมโดยอ้างแหล่งข่าว ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้รับรายงานข่าวกรอง ซึ่งระบุว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังอยู่ในสถานะ “อ่อนแอที่สุด” นับตั้งแต่การปฏิวัติเมื่อปี 2522 ซึ่งเป็นการล่มสลายของระบอบกษัตริย์ จึงมีความคิดโค่นอำนาจอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของอิหร่าน.

เครดิตภาพ : AFP