เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 ม.ค. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายรวี เลาหพูนรังสี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7) และนายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9) ร่วมลงพื้นที่ตลาดเมืองทอง 1 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เพื่อแนะนำตัว น.ส.สุวีรา เติมรุ่งเรืองเลิศ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 8 เบอร์ 10 ซึ่งได้รับการต้อนรับจากพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่ออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าและอาหาร เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ระหว่างการเดินแนะนำตัว นายชัยวุฒิ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยฝากเตือนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่าหลงเชื่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ที่มีนโยบายนำเงินภาษีมาแจกเพื่อหวังผลทางการเมือง ว่า ตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวลุ่มหลงไปกับนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ที่เอาเงินภาษีที่เก็บจากประชาชนมาแจก มาซื้อเสียง แล้วก็กลับมาขูดรีดภาษีจากประชาชน เพื่อไปแจกต่ออีก

“ตื่นเถอะชาวไทย อย่ามัวลุ่มหลงไปกับนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง เอาเงินภาษีที่เก็บมาจากพวกเรานี่แหละ มาแจก มาซื้อเสียงพวกเรา แล้วก็มาขูดรีดภาษีจากพวกเรา เพื่อไปแจกต่ออีก พี่น้องประชาชนไม่ได้อะไรหรอกครับ มีแต่ถูกหลอก” นายชัยวุฒิ กล่าว
หัวหน้าพรรครักชาติ ยังได้กล่าวถึงพรรคที่เสนอนโยบายประชานิยมเป็นภาษาเหนือ “อ๊ะ! อย่ามา ‘ขี้จุ๊’ อย่ามาหลอกลวงกันนะครับ”

นายชัยวุฒิ ยังฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ติดตามตรวจสอบพรรคการเมืองที่เสนอนโยบายกล่องสุ่ม ว่า ได้แจ้งข้อมูลกับ กกต. แล้วหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจากที่ติดตามดูเหมือนจะยังไม่มีการแจ้งกับ กกต. และขอให้ กกต. ตรวจสอบว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่
ขณะที่ นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักชาติ กล่าวถึงนโยบายประชานิยมที่ใช้เงินเกินตัว โดยย้ำว่า เงินที่เอามาแจกเป็นเงินแผ่นดิน มาจากภาษีประชาชน และถูกนำมาใช้โดยไม่ได้ผลลัพธ์อะไร จึงมองว่า การที่นำเงินของประชาชนมาใช้โฆษณาให้ตัวเองมันถูกต้องแล้วหรือ

“ผมไม่ได้ค้านเรื่องนโยบายประชานิยม แต่ผมค้านเรื่องนโยบายประชานิยมที่ใช้เงินเกินตัวครับ เวลาเขาจะใช้นโยบายประชานิยม ไม่ว่าจะการแจกเงิน ไม่ว่าจะกล่องสุ่ม ที่มาที่ไป ไม่ใช่เงินของเขานะครับ เป็นเงินของแผ่นดินครับ เงินของแผ่นดินก็มาจากภาษีของประชาชน” นายเอกพิทยา กล่าว
นายเอกพิทยา กล่าวพร้อมตั้งข้อสังเกตให้ประชาชนว่า ประเทศเราต้องคุยเรื่องการขึ้นภาษี ขึ้น VAT เพราะเงินไม่พอ แต่กลับเอาเงินไปใช้แบบไม่มีผลลัพธ์ เอาเงินของประชาชนมาใช้โฆษณาให้ตัวเอง เพื่อได้เป็นคะแนนของนักการเมือง มันถูกต้องแล้วหรือไม่

“พรรครักชาติเรามีนโยบายเรื่องของการเสียภาษี ลองคิดดูว่า ทำไมคนตัวเล็ก คนตัวใหญ่ ต้องเสียภาษีเท่ากัน คนตัวใหญ่ที่มีเงินเป็นหมื่นล้าน เป็นพันล้าน เป็นร้อยล้าน กับคนตัวเล็ก ที่ต้องทำงานทุกวัน ทำไมต้องเสียภาษีเท่ากันครับ เราต้องเติมแต้มต่อให้คนตัวเล็ก เพราะฉะนั้น นอกจากการนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้หาเสียงให้ตัวเองแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำกันคือ คนตัวเล็ก ตัวใหญ่ ต้องเสียภาษีไม่เท่ากันครับ” นายเอกพิทยา กล่าว.



