
เช้าตรู่ในหมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขาทางภาคเหนือ หมอกบางยังคลออยู่เหนือแปลงเกษตร เสียงคนในชุมชนค่อยๆ เริ่มขยับชีวิตประจำวัน เมล็ดพันธุ์พื้นบ้านถูกหยิบขึ้นมาคัดเลือกด้วยมือที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก สำหรับคนอาข่า เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงจุดเริ่มต้นของอาหารหนึ่งมื้อ หากแต่เป็นสายใยที่เชื่อมโยงผู้คน วิถีชีวิต และความทรงจำของชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมล็ดพันธุ์เดียวกันนี้กลับค่อยๆ หายไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ คนหนุ่มสาวจำนวนมากต้องออกไปทำงานไกลบ้าน อาหารจากภายนอกเข้ามาแทนที่ของพื้นถิ่น วิถีการกินที่เคยพึ่งพาธรรมชาติเริ่มถูกลดทอนเหลือเพียงความทรงจำ คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะอนุรักษ์อย่างไร? แต่อยู่ที่ว่า จะทำอย่างไรให้วิถีเหล่านี้ยังดำรงอยู่ได้จริงในโลกปัจจุบัน?
จากคำถามนั้นเอง นำไปสู่จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ชื่อว่า ‘Seeds Journey’ การเดินทางที่เริ่มจากความพยายามฟื้นฟูเมล็ดพันธุ์และอาหารพื้นบ้านของชุมชนอาข่า ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาไปสู่โมเดลกิจการเพื่อสังคมที่ใช้วัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพเป็นทุนสำคัญ ในการสร้างรายได้ให้ชุมชนโดยไม่ตัดขาดจากรากเหง้าของตนเอง
เพื่อทำให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง Seeds Journey เลือกพัฒนางานจากการทำงานพัฒนาสังคมในรูปแบบเดิม ค่อย ๆ ขยับไปสู่การเป็นกิจการเพื่อสังคม ที่สามารถสร้างรายได้ควบคู่ไปกับการดูแลชุมชน การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นภายใต้โครงการ ‘พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม’ (Banpu Champions for Change: BC4C) ปีที่ 14 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และสถาบัน ChangeFusion โดยมีเป้าหมายในการเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการสังคมสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง และเติบโตต่อไปได้ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน


กิจการ Seeds Journey เกิดขึ้นที่บ้านป่าเกี๊ยะ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย นำทีมโดย ‘กัลยา เชอมื่อ’ หรือ ‘คุณน้ำ’ ผู้ก่อตั้ง หลังจบการศึกษา เธอเลือกทำงานอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ก่อนจะกลับมามองบ้านเกิดของตนเองอีกครั้ง และพบว่าปัญหาที่ชุมชนเผชิญแทบไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่ไม่มั่นคง การพึ่งพาอาหารจากภายนอก หรือการค่อยๆ สูญหายของเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านที่เคยเป็นหัวใจของวิถีชีวิต


จากความตั้งใจที่จะฟื้นฟูเมล็ดพันธุ์และวัฒนธรรมอาหารอาข่า Seeds Journey จึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในฐานะพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับโลกภายนอก กิจการทำหน้าที่เล่าเรื่อง ‘การเดินทางของเมล็ดพันธุ์’ ผ่านอาหาร การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบชุมชนมีส่วนร่วม และการนำเสนออาหารอาข่าในรูปแบบป๊อปอัพและกิจกรรมในเมือง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะคนเมืองและคนรุ่นใหม่ ได้เข้าใจคุณค่าของภูมิปัญญาชนเผ่าและความหลากหลายทางชีวภาพในแบบที่จับต้องได้
อย่างไรก็ตาม การทำงานในรูปแบบ NGO ที่ต้องพึ่งพาทุนสนับสนุนเป็นหลัก กลับกลายเป็นข้อจำกัดต่อความยั่งยืนในระยะยาว การเข้าร่วมโครงการ BC4C ปีที่ 14 จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Seeds Journey เริ่มมองตนเองในฐานะ ‘กิจการ’ อย่างจริงจังมากขึ้น โครงการได้เข้ามาช่วยพัฒนาทักษะการบริหารจัดการธุรกิจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การจัดลำดับความสำคัญ การสื่อสารกับลูกค้า ไปจนถึงการวางโครงสร้างรายได้และระบบจัดการหลังบ้าน

‘รัฐพล สุคันธี’ ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Seeds Journey คือหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดของโครงการ BC4C ได้อย่างชัดเจน เพราะสามารถนำอัตลักษณ์อาหารของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่ามาพัฒนาเป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้จริง ขณะเดียวกันก็ยังรักษารากวัฒนธรรมและถ่ายทอดวิถีชีวิตที่ยั่งยืนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

ด้าน ‘สุนิตย์ เชรษฐา’ ผู้อำนวยการสถาบัน ChangeFusion เสริมว่า Seeds Journey เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมสังคมที่มีศักยภาพ เพราะสามารถเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพให้กลายเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม การเปลี่ยนผ่านจาก NGO สู่ SE จึงไม่ใช่แค่การสร้างรายได้เพิ่ม แต่คือการวางโครงสร้างให้กิจการสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากภายนอกเพียงอย่างเดียว
ผลลัพธ์จากการบ่มเพาะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเริ่มเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม Seeds Journey สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และผู้บริโภคที่สนใจอาหารเพื่อสุขภาพ ควบคู่กับการพัฒนาระบบบริหารจัดการวัตถุดิบตามฤดูกาล เพื่อลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2568 กิจการมีรายได้รวมกว่า 8 แสนบาท เพิ่มขึ้นกว่า 50% จากช่วงก่อนเข้าร่วมโครงการ และสามารถกระจายรายได้กลับคืนสู่ชุมชน 3 หมู่บ้าน ครอบคลุม 19 ครัวเรือน

ขณะที่ ‘กัลยา เชอมื่อ’ กล่าวว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการ BC4C ทีมงานไม่เคยมองตนเองว่าเป็นกิจการเพื่อสังคมอย่างชัดเจน และยังไม่เห็นภาพว่าต้นทุนในชุมชนจะสามารถต่อยอดเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างไร การได้เรียนรู้การคิดเชิงธุรกิจอย่างเป็นระบบ รวมถึงการได้รับทุนสนับสนุน ทำให้ทีมมั่นใจว่าสิ่งที่ทำมาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจที่สร้างความมั่นคงให้กับชุมชนได้จริง
ในระดับชุมชน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้สะท้อนออกมาเพียงตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังรวมถึงทัศนคติและความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง ชุมชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตวัตถุดิบ หากแต่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกำหนดทิศทางกิจการ เกิดการจ้างงานในพื้นที่ และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับมาทำงานใกล้บ้าน ขณะเดียวกัน การใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลและวิถีดั้งเดิม ยังช่วยฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติในแบบที่ชุมชนคุ้นเคยมาแต่เดิม
สำหรับทิศทางในอนาคต Seeds Journey ตั้งเป้าขยายเครือข่ายเกษตรกรจาก 19 เป็น 30 ครัวเรือน พร้อมจัดทำฐานข้อมูลผลผลิตเพื่อใช้วางแผนตลาดล่วงหน้า และขยายการนำเสนออาหารอาข่าสู่คนเมืองผ่านกิจกรรมอีเวนต์ ป๊อปอัพ และการสื่อสารออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เรื่องราวของ Seeds Journey อาจไม่ได้เริ่มจากแผนธุรกิจหรือเป้าหมายทางเศรษฐกิจ ทว่าเริ่มจากเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ในชุมชนบนภูเขา และการตั้งคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้วิถีชีวิตเหล่านี้ยังเดินต่อไปได้ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว เมื่อรากวัฒนธรรมได้รับการมองเห็นและดูแลอย่างเข้าใจ เมล็ดพันธุ์ที่เคยถูกมองข้ามจึงเติบโตเป็นความหวังใหม่ให้กับคนในชุมชน



