เมื่อวันที่ 28 ม.ค. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เดินทางไปตรวจเยี่ยมและเร่งรัดการทำงานของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) โดยมีน.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และผู้บริหารให้การต้อนรับ
น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า การมาตรวจเยี่ยมประกันสังคมในวันนี้ ก็เพื่อเร่งรัด ติดตามและแก้ไขปัญหา หลังแอปพลิเคชัน SSO Plus แจ้งปิดปรับปรุงระบบตั้งแต่ 21 ม.ค.2569 และได้รับข้อมูลปัญหาที่เกิดกับผู้ประกันตนจำนวนมาก จึงอยากมาให้กำลังใจคนทำงานและเร่งรัดให้มีการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วนเพื่อให้มีผลกระทบต่อผู้ประกันตนน้อยที่สุด โดยเฉพาะการเร่งจ่ายเงินสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ซึ่งได้รับรายงานจากเลขาธิการประกันสังคม ว่า มีการอนุมัติจ่ายเงินไปแล้วกว่า 50,000 ราย และทางประกันสังคม แจ้งว่า จะเร่งรัดให้จ่ายเงินให้ได้เร็วขึ้นและเคลียร์ผู้ประกันตนที่ค้างอยู่ในระบบให้ได้มากที่สุด
“การมาประกันสังคมครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำว่ากระทรวงแรงงานกำลังกลับโหมดเข้าสู่การกำกับดูแล เร่งรัด และติดตามอย่างเข้มข้น ใกล้ชิด เพื่อให้สอดคล้องกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และที่ตนได้ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว เรื่องการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมแบบ 360 องศา เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ลดข้อจำกัดด้านกฎหมาย และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการให้เทียบเท่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่หรือกองทุน กบข. ที่ได้เคยพูดไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งการประชุมบอร์ดประกันสังคมล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2569 ปลัดกระทรวงแรงงานได้แถลงแล้วว่าจะมีการตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมภายใน 60 วัน” น.ส.ตรีนุช กล่าว
รมว.แรงงาน กล่าวอีกว่า ได้ให้สำนักงานประกันสังคมปรับเปลี่ยนศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุนการให้บริการ Web Application (SSO Core) เป็นศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน เป็นการภายใน เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการติดตาม เร่งรัด แก้ไขปัญหาเชิงรุก เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งถ้าระบบไอทียังไม่เสถียรก็ให้บริหารจัดการโดยใช้ Manual Process ควบคู่กันไปด้วย และได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมมีการแจ้งข้อมูลการจ่ายเงินกรณีว่างงานให้กับผู้ประกันตนที่ได้รับการจ่ายเงินชดเชยกรณีว่างงานแล้ว ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งทางเอสเอ็มเอส และระบบ e-self service
ด้าน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ข้อมูล ณ วันที่ 27 ม.ค.2569 มีการนำข้อมูลเข้าระบบ SSO Core แล้วจำนวน 382,502 ราย จากตัวเลขที่มีการรายงานตัวผ่านกรมการจัดหางาน 388,856 ราย และได้ระดมเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง 100 คน มาช่วยแบ่งงาน สำนักงานประกันสังคม กทม.ในเขตพื้นที่ และจังหวัดทั่วประเทศเพื่ออนุมัติให้เสร็จสิ้นภายในต้นเดือน ก.พ.2569

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า เพื่อให้การเปิดให้บริการระบบต่างๆ มีความเสถียรและพร้อมรองรับการให้บริการผู้ประกันตนทั่วประเทศ ได้บริหารจัดการ Workload โดยการคัดลอกข้อมูลจากระบบ SSO Core ไปยังศูนย์สำรอง (Backup Center) ณ จังหวัดระยอง ให้เป็นปัจจุบัน สำหรับใช้บริการกับช่องทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ (e-Service/e-Payment/e-Self Service/SSO Plus) เพื่อลดภาระการทำงานของระบบหลัก SSO Core ให้ทำงานได้เร็วขึ้น คาดว่าจะเปิดให้บริการ SSO Plus และระบบ e-Service ต่างๆ ที่มีข้อมูลเป็นปัจจุบัน ได้ใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2569 เป็นต้นไป และขอยืนยันว่า ไม่มีข้อมูลของผู้ประกันตนรายใดสูญหายจากการดำเนินการครั้งนี้แน่นอน
น.ส.กาญจนา กล่าวอีกว่า จากการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีข้อสรุปที่จะจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญโดยกรรมการนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนจะส่งผู้เชี่ยวชาญมาฝ่ายละ 5 คน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบ SSO Core และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถดำเนินการได้ รวมทั้งได้กำชับแจ้งให้บริษัท จัดเพิ่มทีมโปรแกรมเมอร์มาช่วยแก้ไขปัญหาในระบบงานต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2569 สายด่วน 1506 จะปรับปรุงฐานข้อมูลการให้บริการให้เป็นปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลระบบ SSO Core จากฐานข้อมูลหลักและศูนย์สำรอง พร้อมให้บริการตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเงินกรณีว่างงานให้กับผู้ประกันตนได้อย่างได้ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบันมากขึ้น.



