เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช คณะทำงานนโยบายพรรคเพื่อไทย, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีต รมว.แรงงาน ร่วมแถลงเรื่องยกเครื่องการแก้ปัญหากองทุนประกันสังคม 

โดยนายพงศ์กวิน กล่าวว่า สื่อสารตรงไปยังผู้ประกันตน 25 ล้านคน สะท้อนความกังวลต่อกระทรวงแรงงานเรื่องกองทุนประกันสังคม มีเม็ดเงิน 2.8 ล้านล้านบาท แต่มีผลตอบแทนเฉลี่ย 2.8% เท่านั้น ซึ่งมองว่าไม่สอดคล้องกับกองทุนประกันสังคม หากเปรียบเทียบกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งเป็นสัญญาณที่อันตราย แสดงว่าประชาชนสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล เพราะเงินเติบโตไม่ทันกับค่าเงินเฟ้อและค่าของชีพที่สูงขึ้น

นายพงศ์กวิน กล่าวอีกว่า ตอนดำรงตำแหน่งอดีต รมว.แรงงาน ได้โยกย้ายปลัดกระทรวงเพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบ และสิ่งที่ทำต่อไปการผลักดันให้มีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ซึ่งปัจจุบันปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานบอร์ดโดยตำแหน่ง จึงทำให้ไม่มีความเป็นอิสระเพียงพอ และขาดความรู้ความสามารถเฉพาะทางในการบริหารกองทุน ซึ่งหากมีการบริหารจัดการที่ดี จะมีกำไรมากกว่าปี 1 แสนล้านบาทต่อปี 

“เสนอให้มีการแก้ไขโครงสร้างบอร์ดใทม่ ให้กรรมการการเลือกตั้งภายใน เพื่อให้มีมืออาชีพสามารถเป็นผู้บริหารกองทุนได้อย่างแท้จริง และสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ประกันตนได้มากขึ้น การทุจริตเป็นเรื่องที่มีมาช้านาน แต่มีอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือการขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ” นายพงศ์กวิน กล่าว

นายพงศ์กวิน กล่าวว่า เงิน 2.8 ล้านล้านบาทไม่ใช่ของรัฐ และไม่ใช่ของนักการเมืองคนใด แต่เป็นของผู้ประกันตนทุกคน ต้องไม่ยอมปล่อยให้เงินนี้ถูกบริหารโดยคนที่ไม่มีความเข้าใจ ไม่มีความรู้ความสามารถที่เพียงพอ และไม่โปร่งใส พรรคเพื่อไทยมุ่งหวังสานต่อภารกิจนี้เพื่อให้กองทุนประกันสังคมกลับมาเป็นความหวังของผู้ประกันตนทุกคน 

นายพงศ์กวิน กล่าวว่า เรื่องการใช้งบประมาณมาปรับปรุงโรงอาหาร ไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยยุคที่ดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน ซึ่งเกิดมานานก่อนหน้านั้น แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการใช้งบประมาณมาปรับปรุง เพราะทางกระทรวงมีงบประมาณอยู่แล้ว เมื่อเป็นโรงอาหารของกระทรวงแรงงาน ก็ต้องเป็นงบของกระทรวงแรงงานมาปรับปรุง 

ส่วนการใช้ระบบ กบข. ในอนาคต เพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระบบเงินผู้ประกันตน เพราะตอนนี้สิ่งที่แตกต่างกันคือเรื่องของผลตอบแทน ซึ่งระบบ กบข. มีแผนเลือกได้หลายแผน ผลตอบแทน 4-9% โดยเฉลี่ย และที่แตกต่างกันคือเรื่องโครงสร้างหากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้าไปจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้สอดคล้อง เพื่อให้ได้ผู้บริหารมืออาชีพ

“หากเราไม่ได้นำผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญด้านไฟแนนซ์ มาควบคุมกองทุนขนาดใหญ่มันจะทำให้ทิศทางจะไปไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องต้องปรับปรุงตรงนี้” นายพงศ์กวิน กล่าว 

ด้าน นพ.พรหมมินทร์ กล่าวถึงการเทียบกองทุนประกันสังคมจัดตั้งปี 2533 กับกองทุนประกันสุขภสพ 30 บาทรักษาทุกโรคที่เกิดขึ้นปี 2544 ว่า เกิดขึ้นคนละช่วงเวลากัน การดูแลมีสิทธิประโยชน์ของข้าราชการผู้ประกันตน ระบบเพิ่มดูแลส่วนที่เหลือกลุ่มประชาชนทั่วไป ในยุครัฐบาลเพื่อไทย รับทราบถึงปัญหาที่ผู้ประกันตนร้องเรียนมาที่กระทรวงแรงงาน เกี่ยวกับค่าขูดหินปูน หรือการใช้ยาที่ไม่สอดคล้องกับเงินที่ผู้ประกันตนจ่าย เมื่อเกิดการต่างคนต่างทำ อันไหนดีกว่าเกิดการเปรียบเทียบ เพื่อแก้ไขปัญหา ในฐานะที่รัฐบาลต้องดูแลทุกคน ต้องปรับให้สมน้ำสมเนื้อสอดคล้องทัดเทียม