สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่า นายทิฟฟ์ แมคเลม ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา แสดงความคิดเห็นดังกล่าว ระหว่างการประกาศอัตราดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารคงอัตราดอกเบี้ยหลักไว้ที่ 2.25% โดยให้เหตุผลถึงนโยบายการค้าของสหรัฐที่ “คาดเดาไม่ได้”

นอกจากนี้ แมคเลมกล่าวเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ความพยายามของธนาคารกลางแคนาดา ในการคาดการณ์เศรษฐกิจของประเทศ ประสบความลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากภาษีที่ทรัมป์กำหนดและข่มขู่ว่าจะเรียกเก็บ

ล่าสุด แมคเลมแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า เขาเห็นด้วยกับคาร์นีย์ ซึ่งกล่าวในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก “เวิลด์ อีคอนอมิก ฟอรัม” (ดับเบิลยูอีเอฟ) เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะไม่มีการกลับไปสู่ภาวะปกติก่อนยุคทรัมป์ ในระบบระหว่างประเทศที่นำโดยสหรัฐอีกต่อไป และยุคของการค้าที่มีกฎเกณฑ์แบบเปิดกว้างกับสหรัฐ สิ้นสุดลงแล้ว

อนึ่ง แคนาดาส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐมากกว่า 75% และประเทศยังมีความเสี่ยงเป็นพิเศษต่อมาตรการกีดกันทางการค้าของทรัมป์

แมคเลมกล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของแคนาดา ยังคงชะงักงันจากนโยบายของสหรัฐ อีกทั้งภาษีสินค้านำเข้าเฉพาะภาคส่วนทั่วโลกของทรัมป์ ก็ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และไม้แปรรูปของแคนาดา แม้การชะงักงันที่รุนแรงที่สุดยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม

“ผมจะไม่พูดถึงทุกเหตุการณ์ แต่ช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่มากมาย ซึ่งทำให้เศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้ของแคนาดา มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น” แมคเลม กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : REUTERS