จากกรณี นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการเบิกเงินสดผิดปกติ กว่า 450 ล้านบาท ช่วง 10 วันที่ผ่านมา พร้อมแลกเป็นธนบัตรใบละ 100 บาท และ 500 บาท “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า  หน้าที่ผู้ว่า ธปท.และธนาคารทุกแห่ง ถ้ามีธุรกรรมทางการเงินที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ เขามีหน้าที่ต้องรายงาน ธปท. เมื่อนายวิทัยบอกว่าถ้ามีอย่างนี้ ก็จะแจ้งไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ตร.)

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองเรื่องใช้เงิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “ผมไม่ได้ทำ ก็เลยไม่มอง  ขณะนี้ ธนาคารทุกสาขา ถ้าใครมาเบิกแบงก์ 100 แบงก์ 500 ไม่ต้องให้เบิก และต้องรายงานอย่างเข้มงวด ซึ่งมันก็ดีใช่หรือไม่ เป็นสิ่งที่ดีทำให้การเมืองสามารถมีความโปร่งใสเพิ่มมากขึ้น” นายกฯ กล่าวและว่า ส่วนการขอข้อมูลเพื่อตรวจสอบการใช้เงินผิดกฎหมาย เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะนายกฯ ไม่เกี่ยว นายกฯ ถือเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้ง  ถ้าลงไปทำอะไรเดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่เกิดความเป็นธรรม

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า  ได้คุยกับนายวิทัยในหลักการกว้างๆ แล้ว จะคุยในรายละเอียดโดยเร็วที่สุด เบื้องต้น ธปท. และ กกต. ไม่ได้ทำ MOU ไว้ จึงต้องหาวิธีการที่จะทำงานร่วมกันในระยะสั้นนี้ให้ออกมาดีที่สุด นายวิทัยยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนงานของ กกต. และยินดีที่จะให้ข้อมูลนี้กับ กกต. แต่ตามกฎหมาย การรับการให้ต้องมีช่องทาง จึงยังต้องหาช่องทางถ่ายโอนข้อมูลกันก่อน

“กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน เฝ้าระวังและติดตามดูพื้นที่ที่เห็นว่ามีการแข่งขันกันรุนแรง และคาดว่าจะมีการกระจายของเม็ดเงินดังกล่าวแล้ว”

เสี่ยหนู อนุทิน ยังให้สัมภาษณ์กรณีร้องเรียนจากประชาชนว่า พบชื่อบุคคลอื่นเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านในหลายพื้นที่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งว่า กระทรวงมหาดไทยต้องตรวจสอบทะเบียนราษฎร เรามีไทม์ไลน์เรื่องนี้และมีรายชื่ออยู่แล้ว เช่น การจ่ายเงินเยียวยาประชาชนที่ต้องตรวจสอบรายชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมี 5% ที่ตกหล่นไปบ้าง หรือประเมินความเสียหายไม่เสร็จ แต่เรื่องผีที่เข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านคนอื่นเป็นการผูกเรื่องกันไปเอง

เสี่ยหนูกล่าวด้วยว่า “ถ้าภูมิใจไทยไม่ใช่คู่แข่งที่มีศักยภาพ เหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และ 2566 คงไม่โดนกระแสดิสเครดิตหรือต่อต้านจากฝ่ายตรงข้ามแรงขนาดนี้  ยอมรับว่ามีกังวลบ้าง จากที่เวลาไปปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส. บางคนหาเสียง แล้วประชาชนไม่รู้จัก แสดงว่าขยันไม่จริง หรือผู้สมัครยังลงพื้นที่ไม่เต็มที่ ต้องเรียกมากำชับให้ลงพื้นที่”

ภาพ เพจ “นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ”

เมื่อถามถึงการที่ “หมอจุ๊ก” นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน (ปชน.) ถูกชี้มูลความผิดคดีจัดซื้อเครื่องตรวจเอทีเค  นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้รับรู้รับทราบเรื่องพวกนี้ ตนออกจากกระทรวงสาธารณสุขมาหลายปีแล้ว ได้พบนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค. จึงสอบถาม ทำให้ได้รับคำตอบว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีเรื่องการเมือง

“เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคภูมิใจไทย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาแนะนำให้พักการปลด นพ.สุภัทร เห็นว่า นายปริญญาเป็นอาจารย์ น่าจะทราบและมีความรู้ทางด้านกฎหมายดีว่าตรงไหนที่ฝ่ายการเมืองทำได้ ตรงไหนทำไม่ได้ ตอนนี้เราเป็นรัฐบาลยิ่งไปเกี่ยวข้องอะไรไม่ได้ และที่ผ่านมาไม่เคยข้องแวะข้องเกี่ยวหรือไม่ได้ไปสั่งการใดๆ ในเรื่องของงานประจำที่ไม่ใช่นโยบาย จะให้ปลดข้าราชการจำเพาะเจาะจงแบบนี้ไม่ได้ และผิดอยู่แล้ว  คนที่นำไปเกี่ยวโยงภูมิใจไทย คือคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพรรค”

วันเดียวกัน “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  “ดร.อ้อ” การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค กรณ์ จาติกวณิช  รองหัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่ตลาดเจ้าพรหม  อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยาของพรรค ได้รับการตอบรับด้วยดี  พ่อค้าแม่ค้าหลายรายสะท้อนความเห็นเกี่ยวกับมาตรการทางเศรษฐกิจที่ต้องสร้างความเติบโตระยะยาวได้  

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวการทุจริตซื้อเสียงอย่างหนักในภาคใต้ ว่า ครั้งสุดท้ายที่ตนขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ได้ตกลงกับคนใต้แล้วว่าจะไล่คนซื้อเสียงออกจากภาคใต้ จะลงไปปราศรัยใหญ่ในภาคใต้อีกครั้งในช่วงต้นเดือน ก.พ.นี้ ไปนครศรีธรรมราชในวันที่ 1 ก.พ. ต่อด้วยหาดใหญ่ วันที่ 2 ก.พ. ที่ตรังและพัทลุงในวันที่ 3 ก.พ. สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจ คือจะเข้าไปคุมเกมทิศทางรัฐบาล ให้เป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ ยึดประโยชน์ส่วนรวม  

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ตรงกับโพล ว่า ตนสอบถามจากคนที่รู้การทำโพลเป็นรายเขต ทราบว่าคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ดีขึ้นมาก บางเขตมีโอกาสชนะชัดเจน  อีกหลายเขตเป็นไปได้ที่จะชนะ ที่ที่พรรคภูมิใจไทยในกรุงเทพฯ ออกยุทธศาสตร์ไม่เลือกเราเขามาแน่นั้น เมื่อถามคนที่ทำโพลเป็นรายเขต พบว่าไม่ได้เป็นไปอย่างที่ฝ่ายที่พยายามบอกว่าต้องเลือกสีน้ำเงิน แต่เป็นตรงกันข้ามด้วยซ้ำ

ที่ จ.สุพรรณบุรี “ท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย  ลงพื้นที่ตลาดอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ช่วยนายนพดล มาตรศรี ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 3 เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย หาเสียง โดยได้เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อพระยาจักร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอู่ทองเคารพนับถือ ได้เดินหาเสียงภายในตลาด และทักทายร้านค้าแทบทุกร้าน พ่อค้าแม่ค้าหลายคนบอกกับนายวราวุธว่า เห็นหน้าแล้วทำให้นึกถึง “เตี่ยเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี  นายวราวุธ ให้สัมภาษณ์ว่า การมาลงพื้นที่เขต 3 ไม่ใช่แค่เพราะห่วงเขตนี้ ห่วงทุกๆ เขตในสุพรรณบุรี เพราะทุกเขตล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยง และเราเปลี่ยนแปลง (คาดว่าหมายถึงการที่ย้ายจากพรรคชาติไทยพัฒนามาภูมิใจไทย) ทำให้เป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามใช้โอกาสนี้เข้ามาแย่งคะแนนเราไป

ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี พรรคประชาชาติ (ปช.) จัดปราศรัยย่อยหาเสียงให้ นายอรุณ เบ็ญจลักษณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 2  อย่างดุเดือด โดยแกนนำพรรคได้เน้นย้ำถึงประเด็นความโปร่งใสในการเลือกตั้งและการคืนสิทธิเสรีภาพให้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แกนนำพรรคและผู้สมัคร สส.ปัตตานี เข้าร่วมครบทุกเขต  

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษา ปช. กล่าวว่า ขอใช้เวทีนี้ส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงไปยังข้าราชการในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีการวางตัวไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ ได้รับข้อมูลว่ามีการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและปลัดอำเภอ ในลักษณะที่อาจแทรกแซงการตัดสินใจของประชาชน อยากฝากถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ต้องเตือนลูกน้อง ถ้าไม่เตือนก็คือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ “ที่ยะลาเมื่อเช้าผมได้ข่าวว่านายอำเภอ ปลัดอำเภอเขาหยุดแล้ว แต่ที่ปัตตานีเห็นว่ามีอยู่ 2 อำเภอที่ทำ ถ้าจะเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่หยุดก็อย่าหาว่าผมรังแก ผมพูดตรงไปตรงมา หยุดซะ”  

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค กล่าวว่า จากการลงพื้นที่และผลสำรวจ พรรคประชาชาติมีโอกาสสูงมากที่จะกวาดที่นั่ง สส.ปัตตานี ได้ครบทั้ง 5 เขต อย่าให้มีการซื้อเสียง เพราะเป็นการดูถูกศักดิ์ศรีของคนในพื้นที่  

ที่ จ.น่าน “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และคณะ ลงพื้นที่หาเสียงผู้สมัคร สส.น่าน พรรคเพื่อไทยทั้ง 3 เขต ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย คณะของเพื่อไทยไปวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง ไหว้พระขอพรเสริมความเป็นสิริมงคล พร้อมสนทนาธรรมกับ พระราชนันทวัชรบัณฑิต (ธรรวัตร จรณธมฺโม) รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง  ช่วงหนึ่ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้สมัคร สส.น่าน ถามพระราชนันทวัชรบัณฑิต ว่า โหงวเฮ้งนายยศชนันเป็นอย่างไรบ้าง พอเป็นนายกฯ ได้หรือไม่ รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน กล่าวว่า “ประสบความสำเร็จนะ บุญรักษา”

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว แต่ละพรรคหาเสียงหนัก ต่างก็หวังชัยชนะวันที่ 8 ก.พ.  

“ทีมข่าวการเมือง”