เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือทวิภาคีร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศจาก 4 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ บรูไน และสิงคโปร์ นอกรอบการประชุม

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นความตึงเครียดบริเวณชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ประเทศสมาชิกอาเซียนหยิบยกขึ้นมาสอบถามด้วยความห่วงใย เนื่องจากเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศความมั่นคงและเอกภาพของภูมิภาคในภาพรวม โดยเพื่อนประเทศสมาชิกอาเซียนต่างแสดงความคาดหวังและต้องการเห็นสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาคลี่คลายลงโดยเร็ว ทั้งนี้ ตนได้ใช้โอกาสนี้สร้างความเข้าใจและชี้แจงว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรับฟังเสียงของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นการดำเนินนโยบายต่างประเทศในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเจรจาระหว่างรัฐต่อรัฐ แต่เป็นการทำงานที่ต้องทำให้คนไทยสบายใจ และพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้ากับรัฐบาล

รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ไทยได้แสดงเป้าหมายต่อประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลไทยเลือกที่จะทำงานด้วยความเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรงซ้ำรอยอดีต ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก ไทยยืนยันว่า พร้อมจะเดินหน้าความร่วมมือในทุกมิติกับกัมพูชา ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ขัดแย้งให้เป็นพื้นที่แห่งการพัฒนาร่วมกันต่อไป

“เป้าหมายหลักของผม คือการทำให้คนไทยมั่นใจว่า เราจะไม่ยอมให้ความขัดแย้งนำไปสู่ความสูญเสียของคนในพื้นที่อีก เราต้องใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุดเพื่อรักษาความสงบสุขของประชาชนชายแดน ขณะเดียวกันเราก็ต้องสื่อสารให้เพื่อนสมาชิกอาเซียนเห็นว่า ความขัดแย้งเฉพาะจุดนี้ต้องไม่ถูกปล่อยให้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง เราต้องเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นและสร้างพื้นที่แห่งความร่วมมือที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสนิทใจ” นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไทยกับกัมพูชาต้องแก้ไขให้ได้ และไม่ได้อยากแทรกแซง ยกเว้นการเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นจะมีความสร้างสรรค์ ซึ่งฟิลิปปินส์มีความระมัดระวังในเรื่องนี้ โดยประธานอาเซียนแสดงความดีใจที่การหยุดยิงยังคงอยู่ และทั้งสองฝ่ายมีความมุ่งมั่นที่จะให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน