นายประสิทธิ์ สิงห์ชา เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่าจังหวัดสมุทรสงครามเป็นหนึ่งในพื้นที่ผลิตเกลือทะเลสำคัญของประเทศไทย โดยมีประวัติความเป็นมาและภูมิปัญญายาวนานกว่า 100 ปี และเป็นการทำนาเกลือที่อาศัยธรรมชาติเป็นหลัก ทั้งดิน ฟ้า อากาศ แสงแดดและน้ำทะเลที่สามารถไหลเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ถือเป็นองค์ความรู้ที่ชาวบ้านสั่งสมและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นวิถีชีวิตและอาชีพหลักของชุมชนชายฝั่งทะเลในอำเภอเมืองสมุทรสงคราม

นอกจากนี้พื้นที่นาเกลือของจังหวัดสมุทรสงครามยังตั้งอยู่ในเขตชายฝั่งทะเลใน 2 ตำบล ของอำเภอเมือง รวมพื้นที่ 6,123 ไร่เศษ เป็นพื้นที่เช่า 4,321 ไร่หรือร้อยละ  71.39 และพื้นที่ตนเอง 1,732 ไร่ หรือร้อยละ 28.61 มีเกษตรกรผู้ทำนาเกลือรวม 155 ครัวเรือน ได้แก่ตำบลลาดใหญ่ 46 ครัวเรือน 1,937 ไร่ และตำบลบางแก้ว  111 ครัวเรือน 4,185 ไร่เนื่องจากพื้นที่มีลักษณะดินเหนียวสามารถอุ้มน้ำได้ดีมีความเหมาะสมต่อการตกผลึกของเกลือทะเลเมื่อผ่านกระบวนการปรับสภาพจนพื้นดินแห้ง ส่งผลให้ได้เกลือที่มีคุณภาพ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่นาเกลือของจังหวัดสมุทรสงครามมีแนวโน้มลดลงจากปัจจัยด้านสภาพอากาศที่แปรปรวน ปริมาณแสงแดดไม่สม่ำเสมอ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของชาวนาเกลือโดยตรง แต่การคาดการณ์ผลผลิตเกลือทะเลของจังหวัดในปี 2568-2569 คาดว่ามีปริมาณ 84,612 ตัน และอาจจะมีเกษตรกรผู้ทำนาเกลือเพิ่มเป็น 161 ราย มีพื้นที่นาเกลือเพิ่มขึ้นประมาณ 6,295 ไร่ รวมทั้งเมื่อพิจารณาปริมาณผลผลิตเกลือทะเลย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2565–2568 พบว่าการผลิตเกลือยังคงมีเสถียรภาพ แม้จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและปัจจัยด้านการผลิตในแต่ละปี

ขณะเดียวกันด้านราคาจำหน่ายเกลือทะเล ปีการผลิต 2567-2568 แบ่งตามประเภทคุณภาพของเกลือ ได้แก่ ดอกเกลือ กิโลกรัมละ 20 บาท เกลือขาว ตันละ 780 บาท เกลือกลาง ตันละ 625 บาท และเกลือดำ ตันละ 469 บาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาราคาตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับสูง อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ประกอบกับชาวนาเกลือส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ต้องแบกรับภาระค่าเช่า ไม่มีสถานที่เก็บหรือยุ้งเกลือ และขาดการรวมกลุ่ม ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการพัฒนาและรับรองคุณภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และข้อมูล ณ วันที่ 23 มกราคม 2569 พบว่ามีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้วเพียง 33 ราย จำนวน 209 แปลง รวมเนื้อที่ 1,800 ไร่ สะท้อนให้เห็นว่ายังมีผู้ทำนาเกลืออีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้มาขึ้นทะเบียนเกษตรกร

สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตเกลือทะเล โดยสนับสนุนการรวมกลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิต การแปรรูป และการตลาด พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการผลิตให้ได้มาตรฐาน และปัจจุบันมีนาเกลือได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP เกลือทะเลรวมถึงมีการใช้เครื่องหมายรับรองคุณภาพ GI (Geographical Indication) เป็นการยืนยันถึงเอกลักษณ์และคุณภาพของเกลือทะเลสมุทรสงคราม เพื่อให้เกิดคุณภาพการผลิตเป็นที่ยอมรับและยังพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกลือเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น เกลือบริโภค เกลือสปา และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

นายประสิทธิ์ กล่าวว่าปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ทำนาเกลือที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพียงแค่ 4 ราย รวมพื้นที่ 260 ไร่ ส่วนการยื่นขอใช้ตราสัญลักษณ์ GI มี 14 ราย ผ่านการประเมินได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ 9 ราย พื้นที่ 293ไร่ โดยการรับรองดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 และจะหมดอายุในวันที่ 18 กันยายน 2569 ถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยของเกลือทะเล พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของเกษตรกรในระยะยาว นอกจากนี้ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ซึ่งมีบทบาทในการผลักดันสินค้าเกลือทะเลสมุทรสงครามให้เป็นที่รู้จักในเชิงพาณิชย์ และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การจะเข้าร่วมการพัฒนาและส่งเสริมดังกล่าวได้นั้น ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรต้องมาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรจังหวัดก่อน จึงขอเชิญเกษตรกรผู้ทำนาเกลือ รวมทั้งผู้เพาะปลูกพืชชนิดอื่นมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อผลประโยชน์ของท่านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดต่อได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ถนนเอกชัย ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0-3471-1711 ในวันและเวลาราชการ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค.2569